มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์ที่รวบรวมสาระดีๆจากทั่วทุกมุมโลก จากประสบการณ์ เรื่องราววัฒนธรรม ต่างแดน ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง เที่ยว ดื่ม กิน แฟชั่น บันเทิง เรียนภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และเรื่องน่ารู้อีกมากมายที่มาอัพเดทให้คุณทุกวัน

การเลือกหูฟัง ชนิดของหูฟัง ข้อดี ข้อเสีย หูฟังแบบครอบหู กับ หูฟังแบบเสียบหู อันไหนปลอดภัยกว่ากัน ระดับความดัง เสียงดังแค่ไหนถึงปลอดภัย

ในยุคนี้ใครๆต่างก็เพลิดเพลินในการดูหนัง ฟังเพลงที่คุณชื่นชอบโดยการการใช้ "หูฟัง" เพราะเสียงไม่รบกวนคนอื่น ชนิดของหูฟัง มีมากมายหลายชนิด เวลาที่เลือกหูฟัง คนส่วนมากมักจะเลือกจากคุณภาพของเสียง เพื่ออรรถรสในการฟัง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเราควรใช้หูฟังแบบไหน ความดังขนาดไหนถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อการได้ยิน เพราะการฟังเพลงที่ดังจนเกินไปอาจททำให้ประสาทการรับฟังเสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมได้ หากคุณยังคงอยากได้ยินเพลงโปรดของคุณอีกครั้งในอีก 20-30 ข้างหน้าก็ต้องหันมาสนใจเรื่องนี้กันสักนิด

ชนิดของหูฟัง หูฟังแต่ละแบบว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง
1. หูฟังแบบเสียบหู (In-Ear) หรือหูฟังแบบยัดใส่เข้าไปในรูหู ข้อดีก็คือ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี เพราะจุกยางทำให้หูฟังแนบสนิทกับรูหู ข้อเสียคือหากเปิดเสียดังเป็อัตรายต่อรูหู ไม่ได้ยินเสียงข้างนอก อาจเป็นอันตรายได้
2. หูฟังเอียร์บัด (Earbuds) แบบคลาสสิก (รูปซ้ายมือ) ข้อดีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก กันเสียงข้างนอกไม่ค่อยได้ ใส่นานอาจเจ็บหู

3. หูฟังแบบครอบหู (Headphones) แบ่งออกเป็น 2 แบบ
- แบบวางแนบบนใบหู (On-Ear) แผ่นหูฟังจะมีขนาดเล็ก วางอยู่บนใบหู ข้อดีคือน้ำหนักเบา ใส่สะดวกสะบายกว่าแบบครอบทั้งใบหู หูฟังแบบนี้จะตัดเสียงรบกวนภายนอกได้น้อยกว่าที่ 2 ทำให้ผู้ฟังมีแนวโน้มที่จะเปิดวอลลุ่มให้ดังขึ้น
- หูฟังแบบครอบหู (Over-Ear) หูฟังแบบขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งใบหู ข้อดีคือคุณภาพเสียงจะดีกว่า เวทีเสียงกว้างกว่า ข้อเสียคือราคาแพง ขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก นอกจากนี้ยังมีหูฟังครอบหูแบบยังมีแบบเปิดข้างหลัง (open back headphones) ด้วยนะคะ แต่แบบนี้จะมีเสียงดังออกมาข้างนอกด้วย

หูฟังแบบครอบหู VS หูฟังแบบใส่เข้าไปในรูหู อันไหนปลอดภัยกว่ากัน
หูฟังแบบใส่เข้าไปในรูหูเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะแบบ in-ear ที่มีการยัดใส่เข้าไปจนลึกในรูหู หูของเราจะมีอากาศเข้า-ออกได้น้อยมาก ทำให้เกิดความดันภายในหู เป็นผลให้ความดังเสียงเพิ่มมากขึ้นอีกจากเดิมถึง 9 เดซิเบล อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องหู เนื่องจากความชื้นในหูที่มากขึ้นกว่าปรกติ ดูเหมือนหูฟังแบบครอบหูจะปลอดภัยกว่า แต่ความจริงแล้วก็ขึ้นอยู่กับระดับความดังเสียงด้วย

ระดับเสียง เสียงดังแค่ไหนถึงปลอดภัย?
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรฟังระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 85 เดซิเบล นานไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง ควรฟังต่อเนื่องไม่เกิน 60 นาที ระดับเสียง 85 เดซิเบล เทียบเท่ากับเสียงการจราจล หรือระดับของเสียงที่คนข้างๆไม่ได้ยินเสียงที่เราเปิด หรือประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณสูงสุดของ iPod ส่วนผู้ที่ใช้ระบบแอนดรอยจะเห็นว่ามีการเตือนหากคุณฟังเสียงดังกว่านั้น การฟังเสียงที่ระดับ 115 เดซิเบล (วอลลุ่มสูงสุด) นาน 15 นาที อาจทำให้คุณหูหนวกได้

สรุปว่า หูฟังแบบครอบหูจะปลอดภัยกว่า เมื่อใช้ในระดับเสียงที่เหมาะสมจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยมาก อย่างไรก็ตามหากใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้หูของคุณเสียหายได้

ข้อแนะนำในการใช้หูฟังให้ปลอดภัย
1. ควรฟังด้วยระดับเสียงต่ำๆ มีความนุ่มนวลตามธรรมชาติมากที่สุด (เสียงที่แผด หรือ Distortion น้อยๆ)
2. ทุกๆ 1 ชั่วโมงควรถอดหูฟังออกประมาณ 5-10 นาที
3. ควรใช้หูฟังครอบหูแบบเปิด
4. การฟังจากหูฟังควรให้ได้ยินเสียงจากข้างนอกบ้าง

ที่มา : healthyhearing.com, รายการ Did you know