มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์สาระดีๆ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง

มะนาว เว็บไซต์ที่รวบรวมสาระดีๆจากทั่วทุกมุมโลก จากประสบการณ์ เรื่องราววัฒนธรรม ต่างแดน ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง เที่ยว ดื่ม กิน แฟชั่น บันเทิง เรียนภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และเรื่องน่ารู้อีกมากมายที่มาอัพเดทให้คุณทุกวัน


อาการบวมน้ำ หรือ ภาวะบวมน้ำ (Edema) จะเกิดขึ้นเมื่อภาวะของร่างกายคนเราขาดความสมดุล โดยเฉพาะในช่วงเช้าเมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะรู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าท้อง ต้นแขนและต้นขา ถึงแม้ว่าในช่วงนั้นร่างกายจะยังไม่ได้รับประทานอาหารอะไรเลยก็ตาม หรือเมื่อเราส่องกระจกแล้วสังเกตุตัวเองจะพบว่า ใบหน้าใหญ่หรือบวมขึ้น หรืออาจะพบได้ที่บริเวณอื่นๆ เช่น รอบดวงตา ขา ปอด ช่องท้อง หรือสมอง

อาการเช่นนี้เกิดจากของเหลวที่อยู่ภายในร่างกายของคนเรานั้นได้แทรกซึมเข้าไปสู่ช่องว่างต่างๆ ในเซลล์ภายในร่างกาย ซึ่งมันจะทำให้เลือดและน้ำเหลืองไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ จึงทำเกิดเป็นภาวะบวมน้ำขึ้นนั่นเอง ภาวะบวมน้ำอาจเกิดจากการคั่งของน้ำ หรือน้ำเหลืองก็ได้ แต่ส่วนมากจะเกิดจากการคั่งของน้ำนอกจากนี้อาการบวมน้ำก็อาจจะเป็นการบ่งบอกถึงการเป็นโรคไตได้เช่นกัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะทำให้กลายเป็นโรคอ้วนได้ในเวลาต่อมา

 

ลักษณะของอาการบวมน้ำ
ภาวะบวมน้ำที่เมื่อกดแล้วบุ๋ม โดยการใช้นิ้วมือกดนานประมาณ 5 วินาที แล้วมีการยุบหรือบุ๋มลงไป ระยะหนึ่ง แล้วบวมขึ้นมาเหมือนเดิม อาจเกิดจากภาวะโรคหัวใจ ตับ ไต หรือเกิดจากภาวะการมีโปรตีนในเลือดต่ำ ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดดำไม่ค่อยดี อาจพบบ่อยตามบริเวณแขนขา ส่วนภาวะบวมน้ำที่เมื่อกดแล้วไม่บุ๋ม เกิดจากอาการคั่งของน้ำเหลือง จะรักษาได้ยากกว่าแบบแรก ถ้าเกิดอาการบวมแบบนี้ตามแขนขา ให้ใช้วิธีการยกสูงขึ้นจะช่วยได้

อาการบวมน้ำ เกิดจากอะไร?

1. เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยโซเดียมหรือเกลือ
2. ภาวะการขาดโปรตีน
3. ภาวะอุดตันของหลอดเลือด หรือหลอดน้ำเหลือง
4. การติดเชื้อ ทำให้หลอดเลือดมีการอักเสบ
5. เกิดจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
6. เกิดจากการดื่มเหล้า สูบบุรี่
7. เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงการมีรอบเดือน
8. การตั้งครรภ์

วิธีช่วยลดอาการบวมน้ำ 

1. เมื่อเกิดอาการบวมน้ำแล้วเราเริ่มรู้สึกได้ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารจัดที่มักจะมีปริมาณโซเดียมสูง
2. ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อเป็นการขับโซเดียมออกจากร่างกาย
3. ในขณะที่นอนหลับนั้นก็ควรที่จะยกเท้าให้สูงขึ้นกว่าปกติ
4. การออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ ประมาณ 30-60 นาทีต่อวัน ซึ่งการว่ายน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากแรงดันน้ำที่สูงกว่า จะช่วยดันน้ำในส่วนที่ขังอยู่ในร่างกายออกมาได้
5. หากจะให้ดีก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่ส่งผลในการช่วยลดอาการบวมน้ำอย่างเช่น ทูน่า กล้วย อโวคาโด ผักคึ่นช่าย เป็นต้น
6. หากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและจะได้ดำเนินการรักษาอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตามอาการบวมน้ำนั้นไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือละเลยเพราะมันอาจจะก่อให้เกิดเป็นโรคต่างๆ ตามมาได้โดยที่เราไม่รู้ตัวอย่างเช่น อาจจะกลายเป็นโรคอ้วนและเป็นโรคไตได้นั้นเอง ฉะนั้นเราก็ควรมั่นสังเกตตัวเองว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะการบวมน้ำหรือไม่ หากเริ่มมีอาการก็ควรจะรีบรักษาให้ทันถ่วงที