หยก (Jade) เป็นหินที่มีเฉดสีเขียวอมขาว เป็นอัญมณีสูงค่าที่ได้รับความนิยมกันมาก เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความสำเร็จ โชคลาภ คนจีนเชื่อว่าหยกเป็นหินศักดิ์สิทธิ์จากสรวงสวรรค์ มีพลังเร้นลับในการปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย อันตรายต่างๆ และเสริมความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ ทรัพย์สิน ดึงดูดความมั่งคั่ง คนจีนโบราณจึงนิยมสวมหยกติดตัวเด็กๆ และคนชราเพื่อป้องกันคุ้มครอง ช่วยสร้างความสมดุลทางด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ให้ร้อนหรือเย็นจนเกินไป และช่วยให้มีอายุยืน

หยก แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามองค์ประกอบทางเคมี คือ เจไดต์ กับ เนฟไฟรต์

1. เจไดต์ (Jadeite) มีองค์ประกอบทางเคมีคือ โซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต สีเขียวเข้มสดกว่าเนฟไฟรต์ จัดเป็นหยกคุณภาพดี และหาได้ยากในปัจจุบัน โดยธรรมชาติมักพบเป็นก้อนเนื้อแน่น ประกอบด้วยผลึกขนาดเล็กอยู่รวมกัน มีความวาวตั้งแต่แบบแก้วจนถึงแบบน้ำมัน พบในประเทศเมียนมาร์ กัวเตมาลา ญี่ปุ่น และรัสเซีย หยกเจไดต์มีความแข็งอยู่ที่ระดับ 7.0-7.5

2. เนฟไฟรต์ (Nephrite) องค์ประกอบทางเคมีคือ แคลเซียมและแมกนีเซียมซิลิเกต สีจะอ่อนกว่าเจไดต์ ความแข็งอยู่ที่ระดับ 6.0-6.5 มีองค์ประกอบทางเคมี คือ แคลเซียมแมกนีเซียมซิลิเกต พบมากในประเทศจีน แคนนาดา และนิวซีแลนด์

แต่หากแบ่งเกรดตามความบริสุทธิ์ แท้เทียม ตามธรรมชาติจะแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
• Type A Jade คือหยกธรรมชาติไม่ผ่านขวนการปรับปรุงใดๆ เป็นหยกเกรด A
• Type B Jade คือเจไดต์ หยกแท้ที่สีทึบหม่นไม่ค่อยสวย จึงนำมากัดหรือฟอกด้วยกรด (bleach) เพื่อเอาหินแร่สีน้ำตาลหรือดำออก ซึ่งจะทำให้เนื้อหยกแตกร้าวหรือกร่อนลง จึงต้องมีการเติมเรซินหรือพอลิเมอร์ลงไป ซึ่ง B มาจากคำว่า bleach นั่นเอง
• Type C Jade คือเจไดต์ หยกแท้ที่สีซีด ไม่สวย จึงนำมาย้อมให้สีเข้มขึ้น C มาจากคำว่า color นั่นเอง แต่พอใช้ไปนานๆสีที่ย้อมอาจจะซีดลงได้

สรุปว่าหยกแท้ก็คือ หยกธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรับปรุงใดๆ ทั้งสิ้น ที่เรียกว่า A Jade แต่มีหยกธรรมชาติที่มีตำหนิ หรือสีไม่สวยงามก็จะถูกนำมาปรับปรุงทั้งสีและความใส และเนื่องจากมันเป็นแร่ธาตุที่หายากสมควรทำให้เกิดการปลอมแปลงกันเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นหากใครที่ชื่นชอบและคิดที่จะซื้อมาไว้ครอบครองแล้วละก็ควรที่จะเลือกดูหยกให้ดีๆเสียก่อนว่า คุ้มค่า สมราคาหรือไม่

วิธีดูหยกแบบง่ายๆ (แนะนำโดยคุณสินีรัชต์ ร้านพลอยสินีรัชต์ อ. แม่สอด จ. ตาก) 

1. สี หยกสีเข้มจะมีราคาแพงกว่าหยกสีอ่อน หยกสีสวยเป็นที่นิยมคือ หยกสีเขียวเข้มคล้ายกับสีของธนาคารกสิกรไทย เรียกกันว่า "เขียวกสิกร" หยกที่นำมาขายอยู่อาจจะผ่านการทำสี ซึ่งจะทำให้มูลค่าของหยกนั้นด้อยลง เนื่องจากความคุณสมบัติตามธรรมชาติของหยกนั้นด้อยลง
สีของหยกนั้นมีหลายสี คือ หยกเขียว, หยกขาว, หยกสีน้ำผึ้ง, หยกส้ม, หยกม่วง (ลาเวนเดอร์) หยกแดง, หยกดำ และหยกจักรพรรดิ์ เป็นสีเขียวเข้ม (Imperial Green) เป็นหยกที่มีราคาแพงมากที่สุด

2. ความสะอาดของเนื้อหยก หยกจะต้องมีความใสเคลียร์ ทดสอบโดยการใช้ไฟฉายส่องลงไปแล้วเห็นตำหนิตามธรรมชาติน้อยที่สุด เนื้อหยกมีความใสไม่ทึบแสงเมื่อเรามองผ่านเข้าไปในหยกก็จะสามารถมองเห็นแสงไฟได้ เนื้อของหยกถ้าแสงส่องผ่านได้จะเรียกว่า "เนื้อแก้ว" ถ้าแสงส่องผ่านไม่ได้เรียกว่า “เนื้อตัน” แต่ถ้าเป็นหยกเนื้อตันที่ผ่านขบวนการทำให้ใสเป็นเนื้อแก้ว เวลาใช้ไฟฉายส่องจะเห็นว่ามีฟองอากาศอยู่ข้างใน

หยกที่มีสีเขียวเข้ม เนื้อแก้ว จะมีราคาค่อนข้างแพง ทำให้บางทีคนขายก็นำหยกเนื้อตันไปผ่านขบวนการที่เรียกว่า bleach กัดฟอกเอาแร่สีน้ำตาลหรือดำออก แล้วนำไปอบสี จนทำให้เกิดความโปร่งแสง มีความใส จากหยกแท้ๆ จนกลายเป็นหยกเที่ยม ที่สวยงามขึ้นกว่าเดิม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการซื้อ หากเราซื้อหยกเพราะความพอใจในความสวยงามก็คงไม่เป็นไร แต่หากเราซื้อเพราะต้องการคุณภาพและพลังตามธรรมชาติของหยก ก็อาจจะไม่ตรงเป้าหมายนัก ต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อใจว่า ผู้ขายคนนั้นมีความสัตย์ซื่อ เชื่อใจได้หรือไม่

3. กะรัตหรือขนาด ถ้าขนาดใหญ่ก็จะหายาก และมีราคาแพง

การนำเอาหยกไปเคาะกัน หยกแท้จะมีเสียงใสกังวาน แต่ระวังอย่าเคาะแรง เพราะอาจจะแตกได้ ส่วนการพิสูจน์หยกแท้ หยกเทียม โดยการนำเส้นผมมาพันแนบกับหยก แล้วนำไฟมาลน หากเส้นผมไม่ไหม้ไฟแสดงว่าหยกนั้นเป็นของแท้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะเมื่อทดลองนำเส้นผมไปพันกับวัตถุอื่นอย่างเซรามิก หรือแก้ว พอนำไปทำวิธีเดียวกันเส้นผมก็ไม่ไหม้ไฟเช่นกัน

หยกที่ดีที่สุดคือ หยกพม่า ที่สีสวย เนื้อดี มีความแข็ง แต่หลายคนอาจจะบอกว่าหยกจีน แต่ความจริงแล้ว พ่อค้าหยกชาวจีนไปประมูลมาจากพม่าอีกทีหนึ่ง ข้อระวังในการเลือกซื้อหยก สำหรับมือใหม่ คือความสวย ถ้าสวยมาก แต่ราคาถูก ก็อาจจะไม่ใช่หยกแท้ เพราะหยกเป็นของที่หายากมากในปัจจุบันนี้ ถ้าหยกแท้ก็ต้องมีสมราคา มีราคาที่สมเหตุ สมผล

อย่างไรก็ตามในสมัยนี้มีมิจฉาชีพทำของเลียนแบบค่อนข้างเยอะ ทำให้เวลาที่จะเราจะเลือกซื้อก็ควรที่จะตรวจเช็คดูให้แน่ใจเสียก่อนว่านั้นเป็นของแท้หรือไม่ และหากเรายังไม่แน่ใจหรือมีความลังเลก็ควรที่จะให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบดูอีกทีหนึ่งก็ได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่โดนหลอกและเราก็จะได้หยกของแท้มาไว้ในครอบครอง

"หยก" พลังหินแห่งเงินตรา รายการ มูไนท์ วันที่ 5 ก.พ.62

Tags : #หยก #Jade #หยกแท้ #หยกเทียม #วิธีดู