น้ำผึ้ง (Honey) นอกจากจะมีไว้รับประทานเพื่อความหอมหวานอร่อยแล้ว ประโยชน์ของน้ำผึ้ง มีมากมาย ทั้งต่อสุขภาพร่างกายของเรา และยังช่วยบำรุงผิวพรรณของเราได้อีกด้วย 

ประโยชนของนำผง การใชนำผงใหไดประโยชนสงสด


ก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อนว่าในน้ำผึ้งนั้นมีอะไรอยู่บ้าง ส่วนประกอบโดยเฉลี่ยของน้ำผึ้ง คือ คารโบไฮเดรต 80%  ซึ่งอยู่ในรูปน้ำตาลฟรุกโตสและน้ำตาลกลูโคส  น้ำ 18% ส่วนอีก 2% ที่เหลือจะเป็น กรดอะมิโน วิตามิน และเกลือแร่ น้ำผึ้งไม่ได้ให้เพียงให้ความหวาน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชนต่อร่างกาย จากธรรมชาติ

สารอาหารในน้ำผึ้ง (ต่อน้ำผึ้ง 20 กรัมหรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ )

• พลังงาน 60-64 แคลอรี่ 
• น้ำ 3.82 กรัม
• คาร์โบไฮเดรตรวมทั้งหมด 17 กรัม  (16 กรัมจะอยู่ในรูปน้ำตาลฟรุกโตสและน้ำตาลกลูโคส) มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic index) ตั้งแต่ 31 ถึง 78 ขึ้นอยู่กับว่าเป็นน้ำหวานจากดอกไม้อะไร
• วิตามินซี วิตามิน วิตามินบี 6  วิตามินบี 3 (Niacin) วิตามินบี 2 (Riboflavin) กรดแพนโทเธนิคหรือ วิตามินบี 5 วิตามินบี 1 (Tthiamine) ในปริมาณที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดน้ำหวานของดอกไม้ 
• กรดอะมิโน และเอนไซม์ต่างๆ 
• สารต้านมะเร็ง สารต้านอนุมูลิสระ สารประกอบพวกฟลาโวนอยด์ (flavonoid) และกรดฟีนอลิก (phenolic acids) ปริมาณขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้ โดยปรกติแล้วน้ำผึ้งที่มีสีเข้มๆ เช่นน้ำผึ้งจาก buckwheat จะมีสารต้านอนุมูลิสระอยู่มากกว่าน้ำผึ้งสีอ่อน
• แร่ธาตุ แคลเซียม สังกะสี แมงกานีส ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก phenolic acids and flavoniods

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

1. ช่วยสร้างความสมดุลในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างคุณภาพ
2. น้ำผึ้งนั้นส่งผลดีมากต่อคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายของเรา
3. ช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อกระดูกต่างๆ หรือเป็นตะคิวบ่อยๆ ได้
4. บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นขึ้น

แนะนำการใช้น้ำผึ้งให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1. ช่วงเวลาเช้า : เมื่อเราตื่นมาในตอนเช้าให้เราดื่มน้ำผึ้ง โดยนำน้ำผึ้งจำนวน 3 ช้อนชา ผสมกับน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลเล็กน้อยจากนั้นก็ผสมกันในน้ำอุ่นจำนวน 1 แก้ว และคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนนั้นก็สามารถดื่มได้เลย ซึ่งควรที่ดื่มหลังจากที่เราตื่นนอนไม่นานเพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของเรานั้นรู้สึกสดชื่นไปตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นมันยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วย

2. ช่วงที่เรามีอาการไม่สบายหรือเจ็บคอ : เมื่อเรารู้สึกมีอาการเจ็บคอ ให้เราดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาว โดยจะใช้มะนาวจำนวน 1 ลูก ผสมเข้ากับน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ และน้ำเดือดอีก 2 ช้อนโต๊ะเพื่อเป็นการทำละลายของส่วนผสมทั้งหมด จากนั้นก็ให้เราค่อยๆ จิบบ่อยๆ และไม่ควรที่จะรีบดื่มให้หมดในครั้งเดียว ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและทำให้ลำคอของเรารู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาได้อย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

3. ช่วงดึก : เมื่อถึงเวลานอนแล้วรู้สึกว่านอนไม่หลับหรือสำหรับใครที่มีอาการนอนไม่หลับ สามารถดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นหรือจะผสมกับน้ำอุ่นก็ได้เช่นกัน เนื่องจากความอุ่นหรือความหวานของน้ำผึ้งนั้นจะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ในเวลาต่อมาไม่นาน

4. บำรุงผิวหน้า : สำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งหรือผิดแตกก็สามารถใช้น้ำผึ้งผสมไข่แดงแล้วนำมาพอกหน้าได้ โดยจะใช้ไข่แดงเพียงอย่างเดียวจำนวน 1 ฟอง ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นก็ผสมส่วนประกอบทั้ง 2 อย่างนี้ให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าได้เลย ซึ่งการพอกหน้านั้นเราจะใช้เวลา 10-15 นาที ในการพอกทิ้งไว้แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า หลังการล้างหน้าจะรู้สึกเลยว่าใบหน้ามีความชุ่มชื่นมากขึ้น

5. บำรุงผม : สำหรับใครที่มีผมแห้ง ผมเสีย ผมหยาบกระด้าง สามารถนำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกแล้วนำมาหมักผม โดยใช้น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมันมะกอกจำนวน 3 ช้อนโต๊ะ เท่าๆ กัน จากนั้นก็คนส่วนประกอบให้เข้ากัน หลังจากนั้นก็สามารถนำมาหมักผมได้เลย ซึ่งจะใช้เวลาในการหมักผมประมาณ 3-5 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่า โดยจะเห็นได้ว่าผมนั้นจะมีความนุ่มชุ่มชื่นมากขึ้น และสามารถจัดทรงได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

6. สครับหน้า : เมื่อนำน้ำผึ้งมาผสมกับแอปเปิ้ลโดยการปั่นให้เรียบร้อย จากนั้นก็นำมาขัดหน้าได้เลย ซึ่งจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวบนใบหน้าที่ตายแล้วได้ และช่วยให้ใบหน้าของเรามีความนุ่มอีกด้วย

7. ขัดผิวให้เนียนนุ่ม : ขอแนะนำสูตรขัดผิว สำหรับคนที่ผิวแห้งกร้านลอง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ½ + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา + งาดำบด 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้