อาชพอนตราย ทนาทำมากทสดในโลก
 

อาชีพอันตราย ที่น่าทำมากที่สุดในโลก

คนเราเกิดมาล้วนแต่มีเป้าหมายในชีวิตกันทั้งนั้น แต่ก่อนที่จะเราจะถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้นั้นก็มันก็ต้องมีปัจจัยหลายปัจจัยแต่ปัจจัยหลักๆ เลยก็คือเรื่องเงิน งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข แล้วอาชีพไหนละที่เราจะสามารถหาเงินได้มากพอ วันก่อนได้ดูรายการอะไรนี่ที่พูดถึง 3 อาชีพอันตราย ที่น่าทำมากที่สุดในโลก มาดูกันว่าอาชีพที่ทำเงินได้เยอะที่สุดคืออาชีพอะไร รายได้เท่าไหร่ ค่าตอบแทนที่ได้มามันต้องแลกกับอะไรบ้าง 
 
อาชีพที่สามารถทำเงินได้มากที่สุดในโลก คืออาชีพ นักจับปูอลาสก้า (Alaskan Crab Fisherman)
รายได้ประมาณ 800,000-1,500,000 ในแต่ละรอบการทำงาน โดยฤดูกาลในการจับปูอลาสก้า จะอยู่ในช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม นั่นก็แสดงว่า นักจับปูอลาสก้า ทำงานประมาณ 2-3 เดือนต่อปี
 
 
รายได้มากก็เสี่ยงมากเช่นกัน ชาวประมง หรือนักจับปูอลาสก้าจึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เสี่ยงตายมาที่สุดในโลก แม้ในการออกไปจับปูแต่ละครั้ง จะใช้ระยะเวลาในการทำงานที่น้อยเพียง 5-8 วันเท่านั้น แต่ผู้ที่จะเดินทางไปทำงานนั้นจะต้องเตรียมตัวนานกว่า 2 เดือน อีกทั้งต้องฟิตร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงมากๆอีกด้วย เพราะว่าสภาพอากาศที่ปูปูอลาสก้าอาศัยอยู่นั้น เป็นสภาพอากาศที่ค่อนข้างหนาว และแปรปวรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในทะเลเบริ่งมีทั้งคลื่น และลมแรงตลอดเวลา  โดยคลื่นที่ซัดเข้าใส่ในแต่ละครั้งนั้นมีความสูงถึง 7-10 เมตรกันเลยทีเดียว ถ้าลูกเรือตกลงไปในทะเลอาจช็อคตายภายในสองนาทีได้ เพราะความหนาวเย็นของน้ำทะเล
 
นอกจากคลื่นแรงแล้ว น้ำทะเลทะเลที่สาดเข้ามาในเรือยังหนาวเย็นยังกะน้ำแข็ง คือมีอุณหภูมิเพียงแค่ 0 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราเอาน้ำแข็งมาสาดใส่ร่างกายอยู่ตลอด เป็นเวลานานถึง 5-8 วัน บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเวลาไม่นานแต่สำหรับคนที่ทำงานอยู่นั้นถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนานพอสมควรกับการทรมานเช่นนี้ ในแต่ละวันลูกเรือต้องทำงานติดต่อกันนานถึงวันละประมาณ  21 ชั่วโมง มีเวลานอนไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น พวกเขาต้องทำงานเป็นทีมและจดจ่อกับงานที่ทำ เพราะถ้าพลาดขึ้นมาอาจถึงขั้นเสียชีวิต การออกจับปูอลาสก้าแต่ละครั้งเปรียบเสมือนกับการซื้อหวย บางครั้งพวกเขาอาจไม่ได้ปูกลับมาเลยก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามถึงมันจะเป็นอันตรายสักเพียงไรก็ยังมีผู้สนใจที่จะทำอาชีพนี้อยู่เป็นจำนวนมาก 
 
อาชพอนตราย ทนาทำมากทสดในโลก
 
ทะเลเบริ่งที่มีทั้งคลื่น และลมแรงตลอดเวลา  โดยคลื่นที่ซัดเข้าใส่ในแต่ละครั้งนั้นมีความสูงถึง 7-10 เมตร 
 
2
 
เรือประมงแต่ละลำ สามารถบรรจุปู King Crabs หรือปู Opilio ได้มากถึง 150,000 – 200,000 ตัว 
 
ถ้าคุณคิดว่าอาชีพนี้ทำกันง่ายๆ อยากให้ลองดูคลิปวีดีโอนี้ก่อน แค่ดูๆเฉยบางคนอาจถึงขั้นเมาเรือแล้วแทนแล้วก็ได้ 
(ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก youtube.com by Travis Arket)
 
beer taster
 
อันดับที่ 2 ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้เงินมากอีกอาชีพหนึ่งก็คือ นักชิมเบียร์ (Beer Taster)
รายได้ อยู่ที่ประมาณ  500,000-1,000,000 ต่อเดือน 
พอรู้ตัวเลขแล้ว หลายๆคนคงอยากที่จะไปทำอาชีพนี้กัน รายได้งามแถมได้กินเบียร์ฟรีๆทุกวัน  แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะ เพราะการที่จะถูกคัดเลือกให้เข้าทำงานที่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากผู้ที่จะทำงานนี้ได้จะต้องมีต่อมรับรส มีสัมผัสกลิ่นที่ดีมาก โดยจะต้องสามารถแยกแยะกลิ่นและส่วนผสมต่างๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งคุณจะต้องจดจ่อและใส่ใจรายละเอียดให้ได้เพราะการตัดสินใจต่อรสชาติแต่ละครั้งจะส่งผลกระกระทบต่อเบียร์ยี่ห้อนั้นไปตลอด ผลกระทบของนักชิมเบียร์อาจจะไม่ร้ายแรงนักแต่ว่ามันจะทำให้เราเปิดอาการปวดหัวและมีผลโดยตรงต่อตับ และหากเรายังคงทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะส่งผลทำให้เราเป็นโรคตับในที่สุด
 
เจาหนาทประจำแทนขดเจาะนำมน
 
อันดับที่ 3 คืออาชีพ เจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล 
รายได้อยู่ที่ประมาณ 80,000 - 900,000 บาทต่อเดือน 
เจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น เพราะว่ามันเป็นอาชีพที่ได้เงินอย่างคุ้มค่าแรงงานและการทำงานก็ทำงานเพียงไม่กี่วันต่อเดือน โดยจะวันหยุดเยอะมากซึ่งภายในเดือนๆ หนึ่งเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันนั้นจะทำงานหรือออกประจำการอยู่กลางทะเลเพียงแค่ 10 กว่าวันเท่านั้น โดยการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันก็แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักเคมี หรือเจ้าหน้าที่ขนย้าย ช่างเทคนิคตลอดจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น 
 
หลายคนอาจะคิดว่าโก้เก๋ รายได้ดี เวลาประจำการอยู่แท่นเจาะ ทุกอย่างฟรีหมด กินอยู่ฟรี เสื้อผ้ามีคนซักให้ และพาหนะที่ใช้เดินทางไปทำงานคือฮอลิปคอปเตอร์ แถมทำงาน 14 วันแล้วมีวันหยุดอีกตั้ง 14 วัน แต่การทำงานเช่นนี้ไม่ได้เป็นการทำงานที่ง่ายอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะว่าคนที่มาทำหน้าที่จะต้องเจอกับเรื่องเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น พายุ   การระเบิดที่เกิดจากแก๊สปิโตรเลียมเหลว การขาดอากาศหายใจเนื่องจากแก๊สปิโตรเลียมเหลวมีน้ำหนักมากกว่าออกซิเจนที่เราใช้หายใจเข้าไป และเมื่อมันเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ก็จะทำให้แก๊สไปเข้าไปแทนที่อากาศ จนบางครั้งอาจจะอันตรายถึงชีวิตเลยก็ได้เนื่องจากการขาดอากาศหายใจอย่างฉับพลัน นอกจากจะเสี่ยงต่อภัยต่างๆ แล้ว อาชีพนี้ยังมีเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งจากสารเคมีที่ได้รับในขณะปฏิบัติงานอีกด้วย