ในสัปดาห์แห่งเทศกาลอีสเตอร์ ขนม เมนูอาหาร ที่ชาวชาวคริสเตียนรับประทาน เพื่อระลึกถึงวันที่พระเยซูคริสต์ฟื้นคืนชีพขึ้นมานั้นมีอยู่หลายอย่าง และสิ่งที่คนไทยเรารู้จักกันดีก็คือ ไข่อีสเตอร์ เพราะไข่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ ชีวิต และความอุดมสมบูรณ์ของฤดูใบไม้ผลิ แต่ถ้าเราได้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ ที่นับถือศาสนาคริตส์ก็จะเห็นว่าในร้านเบอร์เกอรี่นั้นมีขนมที่ทำขึ้นมาจำหน่ายกันเฉพาะในเทศกาลสำคัญนี้ หรือแม้กระทั่งในโต๊ะอาหารในวันอีสเตอร์ก็จะพิเศษกว่าวันอื่นๆ เราไปดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง

ขนม เมนูอาหาร ของชาวยุโรป

ประเทศอิตาลี เรียกเทศกาลนี้ว่า Pasqua (ปาสควา) ร้านเบเกอรี่จะมีขนมโคลอมบ้า Colomba ขนมรูปนกพิราบ (ภาษาอิตาลี Colomba แปลว่านกพิราบ) ขนมปังอบโรยหน้าด้วยท็อปอร่อยๆ หลายชนิด เช่น ช็อคโกแลต อัลมอนด์ ครีมถั่วพิชตาชิโอ้ หรือผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีคุกกี้ฟลอเรนติเน่ เลิฟ นอท (Florentine Love Knot Cookie) ขนมคุกกี้ที่ม้วนเป็นรูปเหมือนคนกำลังสวดมนต์อธิษฐาน ซึ่งขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ประเทศสเปน วันอีสเตอร์ในสเปนจะมีขบวนแห่ยาวไปตาวท้องถนน ชาวสเปนจะทำขนม Mona de Pascua ขนมปังเนยเนื้อหนานุ่ม อบจนเป็นสีเหลืองทอง มีการใส่ไข่ต้มทั้งฟองลงไปด้วย

ประเทศฝรั่งเศส ชาวฝรั่งเศสนิยมรับประทานขาแกะแกะอบ (Gigot d’agneau rôti au four) เพราะแกะยังเปรียบเสมือนกับเยซูคริสต์ ลูกของพระเจ้าที่มารับบาปแทนมนุษย์ อีกทั้งในช่วงที่ชาวฮิบรูอพยพของชาวยิวจากอียิปต์ มีแกะจำนวณมากถูกนำไปบูชายัญ ดังนั้นเราจะเห็นว่า ชาวคริสเตียนในหลายประเทศนิยมรับประทานเนื้อแกะกันในสำคัญนี้

 

ประเทศอังกฤษ มีการรับประทานเนื้อแฮมอบ (Easter Ham) แทนเนื้อแกะ ในยุคแรกๆที่ชาวอังกฤษอพยพไปอเมริกาเหนือเนื้อแกะมีค่อนข้างน้อย จึงทำให้รับประทานแฮม ซึ่งป็นเนื้อหมูแทน และวัฒนธรรมนี้ก็ถูกถ่ายทอดต่อๆกันมา ทำให้ชาวอเมริกันนิยมรับประทานแฮมในวันอีสเตอร์ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือฮ็อทครอสบัน (Hot cross buns) ขนมปังอบตกแต่งหน้าเป็นรูปไม้กางเขน เสิร์ฟคู่กับ Simnel cake เค้กผลไม้ที่ตกแต่งด้วยมาร์ซิแพน (Marzipan balls) 11 ลูก หมายถึงสาวกที่ร่วมโต๊ะอาหารค่ำกับพระเยซูในวันนั้น ฮ็อทครอสบันที่ฮิตกันไปทั่วโลกนั้น มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ

ประเทศเยอรมัน เทศกาลอีสเตอร์ชาวเยอรมันรำลึกถึงพระเยซูด้วยการรับประทานซุปสีเขียว หรือที่เรียกว่า Chervil soup ซึ่งมาจากคำว่า Gründonnerstag หรือ Green Thursday นั่นเอง

ประเทศฟินแลนด์ นิยมรับประทานขนมแมมมิ Mämmi ขนมปังเนื้อนุ่มทำมาจากแป้งไรน์ แป้งมอลต์ น้ำ กากน้ำตาลสีเข้ม ผงเปลือกส้ม Séville และเกลือ เมื่อผสมเข้ากันแล้วปล่อยทิ้งไว้จนเกิดความหวานขึ้นในขบวนการหมัก แล้วค่อยนำไปอบ ที่พิเศษก็คือขนมแมมมิต้องถูกนำไปแช่เย็นก่อน 3-4 วัน เวลาจะเสิร์ฟมักจะโรยน้ำตาล ราดด้วยครีม ซอสวานิลลาหรือทานคู่กับไอศครีมวานิลลา ที่พิเศษก็คือขนมแมมมิต้องถูกนำไปแช่เย็นก่อน การทำขนมชนิดนี้ต้องใช้เวลานานมาก

ประเทศเดนมาร์ก มีเบียร์อีสเตอร์ Påskeøl ที่รสเข้มกว่าเบียร์ปรกติทั่วไป

ประเทศรัสเซีย จะมีการทำขนมทรงปิรมิดที่ชื่อว่า Pashka (พาซก้า) ประดับด้วยอักษร XB ที่ย่อมาจากภาษารัสเซีย Xpnctoc Bockpece หมายถึง Christ is Risen นอกจากนี้ยังมี Kulich (คลิซ) ขนมปังไข่ทรงสูงที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชาวรัสเซียนเป็นคริสเตียนนิกายออร์โธดอกซ์

ประเทศกรีซ ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์จะมีการระลึกถึงความเจ็บปวดของพระเยซู ด้วยรับประทานขนมปังที่มีชื่อว่าซูเรกี (Tsoureki) ขนมปังรูปเกลียว ตกแต่งด้วยไข่ต้มทาเปลือกสีแดง ซึ่งหมายถึงเลือดของพระเยซู คุกกี้โคลลูราเกีย(Koullourakia) รูปร่างคล้ายกับคนกำลังสวดมนต์อธิษฐาน ซุปมายีริทซ่า(Mayiritsa soup) เป็นซุปข้าวกับเนื้อแกะส่วนที่เหลือจากแกะตัวที่ถูกฆ่าในวัน Good Friday

ขวามือสุดในรูปคือขนมปัง Kulich ของชาวยูเครน นอกจากนี้แล้วบนโต๊ะอาหารของ ชาวรัสเซีย โปแลนด์ และสโลเวเนีย ยังมี The butter lamb ลูกแกะทำมาจากเนยสีขาวบริสุทธิ์ผูกโบว์สีแดง

ทีนี้เรามาดู ขนมและอาหาร ในเทศกาลอีสเตอร์ของทางฝั่งทวีปอเมริกากันบ้าง

ประเทศบราซิล อาหารประจำเทศกาลอีสเตอร์คือเค้กวงแหวนอีสเตอร์ ขนมพาโคคา (Paçoca) ขนมถั่วบด ผสมแป้งและน้ำตาล ปลาคลิป (Clipfish) ซึ่งเป็นปลาที่มีสีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์

ประเทศแม็กซิโก ทานขนมปังคาปิโรทาดา Capirotada ขนมปังราดน้ำเชื่อม ที่ประกอบไปด้วย ก้าน cinammon หมายถึงไม้กางเขน กานพลู ถั่วหรือเบอรี่ หมายถึงเข็มที่ตอกบนไม้กางเขน และขนมปังคือร่างของพระเยซูที่กำลังถูกตรึงบนไม้กางเขน

ประเทศอาร์เจนตินาและอุรุกวัย นิยมรับประทาน ตอร์ตา ปาสควอลีนา (Torta pascualina) พายที่ทำจากผักโขม เนย และ ไข่