กินหวานอย่างไรให้เหมาะสม ปริมาณน้ำตาลที่อยู่ในอาหารแต่ละประเภท น้ำอัดลม ชานมไข่มุก น้ำเปรี้ยว น้ำหวานชาเขียว มีน้ำตาลอยู่กี่ช้อนชา?

กนหวานอยางไรใหเหมาะสม ปรมาณนำตาลในอาหารแตละชนด


เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ชอบอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน ซึ่งรสจัดจ้านในที่นี้ไม่ได้ถึงรสชาติเผ็ดร้อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงรสชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรสเค็ม เปรี้ยว หวาน เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่าไม่ว่าจะเป็นรสชาติไหนก็ตามหากเรารับประทานมากเกินไปมันก็จะไม่ดีต่อร่างกาย เนื่องจากว่ามันเราบริโภคเข้าไปเกินความจำเป็นที่ร่างกายของเราต้องการจึงทำให้ส่วนที่เหลือนั้นไปสะสมตามอวัยวะต่างของเร่างกายเรานั้นเอง ซึ่งรสชาติหวานก็เช่นกัน ฉะนั้นเราจะมาแนะนำวิธีการกินหวานอย่างไรให้เหมาะสม?

อาหารที่มีรสชาติหวานหากเราบริโภคมากเกินไปหรือมากเกินความจำเป็นต่อร่างกายของเราตามที่ร่างกายต้องการก็จะทำให้ส่วนที่เหลือนั้นกระจายไปอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็น พุง ก้น แขน ขา และหากเรายังคงรับประทานหวานมากเกินกว่าที่ร่างกายของเราต้องการอยู่ก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต เป็นต้น แต่ถ้าหากเรารู้จักวิธีการกินหวานให้เหมาะสมแก่ร่างกาย ก็จะทำให้เราปลอดจากโรคต่างๆ และไม่เกิดปัญหาไขมันสะสมในร่างกายได้

ซึ่งจริงๆ แล้วใน 1 วัน ร่างกายของคนเรานั้นมีความต้องการความหวานหรือน้ำตาลเพียงแค่ 6 ช้อนชาต่อวันเท่านั้น เนื่องจากน้ำตาลจัดเป็นแหล่งพลังงานว่างเปล่าหรือก็คือน้ำตาลเป็นพลังงานที่สามารถให้ได้แค่พลังงานเท่านั้นโดยมันไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างอื่นเลย ฉะนั้นมันจึงไม่มีความจำเป็นที่ร่างกายของเราจะต้องการมากไปกว่านี้นั้นเอง และหากเราบริโภคน้ำตาลเข้าไปในร่างกายมากๆ ก็จะเแปลปลี่ยนพลังงานที่มากเกินไปนั้นกลายเป็นความอ้วนได้ในเวลาต่อมา ฉะนั้นหากเราไม่ต้องให้บริโภคน้ำตาลเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เราจะต้องรู้ว่าอาหารและเครื่องดื่มแต่ละอย่างมีน้ำตาลอยู่เท่าไหร่บ้าง 

โดยข้อมูลดังต่อไปนี้เป็นข้อมูลจากกรมอนามัยที่ได้ทำการแบ่งประเภทของน้ำตาล ในตัวอย่างแต่ละประเภทอาหารไว้ดังต่อไปนี้

1. น้ำอัดลม 1 กระป๋อง มีน้ำตาล 325 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับน้ำตาล 8 ช้อนชา
2. กาแฟสดเย็นทั่วไป 1 แก้วหรือประมาณ 20 ออนซ์ มีน้ำตาล 9 ช้อนชา
3. น้ำเปรี้ยวขวดเล็กปกติทั่วไป 1 ขวด มีน้ำตาล 4 ช้อนชา
4. เครื่องดื่มชูกำลังทั่วไป 1 ขวด มีน้ำตาลประมาณ 150 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับน้ำตาล 7 ช้อนชา
5. ชาไข่มุกทั่วไป ไม่ว่าจะรสชาติใดก็ตาม 1 แก้วหรือประมาณ 16 ออนซ์ จะมีน้ำตาล 11 ช้อนชา
6. ไอศครีมทั่วไป 1 โคน มีน้ำตาล 6 ช้อนชา
7. น้ำหวานชาเชียว 1 ขวด มีน้ำตาล 500 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับน้ำตาล 14 ช้อนชา
8. ขนมหวานทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง 1 ดอก จะมีปริมาณน้ำตาลใกล้เคียงกันประมาณ 2 ช้อนชา

สรุปได้ว่าน้ำตาลเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานต่อร่างกาย แต่มันให้ได้เพียงแค่พลังงานเท่านั้นและหากเราบริโภคน้ำตาลมาเกินความจำเป็นต่อร่างกายของเราก็จะทำให้ส่วนที่เหลือเปลี่ยนแปลงเป็นไขมันสะสมในร่างกายของเรา ฉะนั้นหากเรายังอยากมีสุขภาพที่ดี เราก็ควรที่จะรู้จักการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลให้พอเหมาะพอควรตามที่ร่างกายต้องการนอกจากนี้การออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้เช่นกัน

ขอบคุณรายการ ครัวคุณต๋อย