มารยาทสงคม อะไรทไมควรทำในญปน
 

มารยาทสังคม อะไรที่ไม่ควรทำในญี่ปุ่น

 
เวลาติดต่อกับชาวต่างชาติ หรือไปต่างประเทศ ถ้าไม่อยากอับอายขายหน้าหรือโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ มารยาทสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรเรียนรู้ก่อนที่เดินทางไปประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น ซึงเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ เราอาจได้ยินกันบ่อยๆว่ามีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่เคารพกฏกติกามารยาทางสังคมของผู้คนที่นั่น อาจจะทำไปด้วยความไม่รู้หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ถ้าเรารู้เราก็คงไม่อยากทำเรื่องเสียมารยาทกับเจ้าบ้านใช่ไหมคะ อะไรควรทำ หรืออะไรที่ไม่ควรทำ ในญี่ปุ่น ไปดูกันเลยค่ะ
 
มารยาทในที่สาธารณะ 
 
การใชับันไดเลื่อนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การขึ้นลงบันไดในสถานีรถไฟใต้ดินโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆอย่างโตเกียว มีกฎหนึ่งข้อที่ทุกคนต้องทำตาม ถ้าคุณไม่รีบก็ให้ยืนชิดซ้าย เว้นช่องทางขวามือไว้ให้คนที่มีความเร่งรีบเดินขึ้นบันไดไปก่อน อย่ากีดขวางทางคนอื่น ถ้าบังเอิญไปยืนขวางทางคนอื่นก็ควรกล่าวคำขอโทษอย่างนอบน้อม ยิ้มแย้มจ่มใส คนญี่ปุ่นจะให้อภัยและเข้าใจเข้าใจได้ว่าเราไม่รู้จริงๆ ถ้าใครเคยไปโอซาก้าจะเห็นว่าคนที่นั่นจะยืนชิดขวาถ้าไม่รีบเดิน อย่างไรก็ตามเราควรสังเกตุเจ้าบ้านว่ายืนชิดฝั่งไหน จริงๆแล้วมารยาทการใชับันไดเลื่อนเป็นเรื่องที่สำคัญในยุโรปด้วยเช่นกัน อย่างที่ปารีสเวลาใช้บันไดเลื่อนแล้วคุณไม่รีบเดินก็ให้ยืนชิดด้านขวามือ ปล่อยช่องทางซ้ายมือไว้ให้คนเดิน อาจจะสลับข้างกัน แต่ที่เหมือนกันคืออย่าขวางทางคนอื่น
การขึ้น-ลงรถไฟ ควรรอให้ผู้โดยสารในรถลงมาเสียก่อนแล้วค่อยก้าวขึ้นไป ไม่ต้องรีบและอย่าแย่งกันขึ้นรถไฟ
 
 
ไม่ควรส่งเสียงดัง ถ้าเด็กเล็กที่มาด้วยส่งเสียงดังก็ควรดูแลให้ดี ไม่ควรคุยโทรศัพท์เสียงดังในที่สาธารณะ ยกตัวอย่างเช่นในร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งในรถไฟ ให้ใช้การพิมพ์ หรือส่ง SMS แทนการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ หรือการคุยกันเสียงดังบนรถไฟ เวลาที่พิมพ์ข้อความในมือถือก็ไม่ควรเดินไปมาเพราะอาจเดินไปชนคนอื่นได้ รวมถึงการเดินสูบบุหรี่ที่อาจเป็นอันตรายต่อคนอื่น
ด้วยความที่คนญี่ปุ่นชอบความเป็นส่วนตัว ใครจะเอาโทรศัพท์มาแอบถ่ายรูปกันไมได้เด็ดขาด ดังนั้นโทรศัพท์มือถือในประเทศญี่ปุ่นจึงถูกออกแบบมาหิปิดเสียงชัตเตอร์เวลาถ่ายรูปไม่ได้
 
มารยาทที่ดีในร้านอาหาร
 
ให้ผู้ใหญ่นั่งด้านใน ผู้ที่แนะนำควรนั่งด้านนอกเพื่อที่จะเข้าออกได้สะดวก 
ตะเกียบในร้านอาหารญี่ปุ่นจะติดกันมาเป็นคู่ เวลาแยกตะเกียบออกจากกัน อย่าดึงออกจากกันแรงๆเพราะตะเกียบอาจจะไปทิ่มหน้าเพื่อนร่วมโต๊ะ ควรใช้มือหนึ่งจับตะเกียบแล้วใช้อีกมือค่อยบิดให้ตะเกียบแยกออกจากกัน 
ให้วางตะกียบไว้บนที่วางตะเกียบโดยให้หันปลายตะเกียบไปทางซ้ายมือของเรา เพราะสมัยก่อนคนญี่ปุ่นนิยมทานอาหารและหันหน้าไปทางทิศใต้ การหันปลายตะเกียบไปทางซ้ายมือซึ่งก็คือการวางปลายของตะเกียบไปในทางทิศตะวันออก เป็นการรับพลังจากพระอาทิตย์นั่นเอง 
การวางอาหาร ข้าวจะอยู่ทางซ้ายมือ ซุปอยู่ด้านขวา ส่วนอาหารอื่นๆจะอยู่ด้านหน้า
เวลาทานอาหารควรยกชามอาหารขึ้นมา แล้วใช้ตะเกียบคีบ เวลาทานซุปก็ต้องยกถ้วยซุปขึ้นมาจากถาด การตักอาหารจากจานที่อยู่ไกลๆ ควรยกจานขึ้นมาแล้วค่อยตักอาหาร
 
เนื่องจากคนญี่ปุ่นนั้นนิยมทานอาหารกันด้วยตะเกียบ จึงมีมารยาทในการใช้ตะเกียบค่อนข้างเยอะพอสมควร อาทิเช่น ควรรอผู้อาวุโสหยิบตะเกียบขึ้นมาก่อน แล้วเราค่อยหยิบตาม ห้ามใช้ตะเกียบคีบ รับ-ส่ง อาหารให้กันเพราะเป็นวิธีที่ใช้คีบกระดูกคนตาย ถ้าอยากแบ่งอาหารให้คนอื่นก็ควรขอจานแบ่ง แล้วคีบแบ่งอาหารใส่ในจานนั้นๆ ห้ามกำตะเกียบ รวมถึงห้ามปักตะเกียบลงไปในชามข้าว ห้ามใช้มือเดียวกันจับตะเกียบและถ้วยใส่ข้าว รวมถึงไม่ควรใช้ตะเกียบในการเลื่อนจานชามอาหาร
ไม่ควรจับตะเกียบแล้วทำท่าจดๆจ้องๆว่าจะเลือกชิ้นไหนดี ควรจำไว้ว่าใครก็อยากกินของอร่อยกันทั้งนั้น ถ้าอาหารมีชิ้นใหญ่ก็ควรใช้ตะเกียบแบ่งอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆก่อน แล้วค่อยคีบเข้าปาก แล้วก็ไม่ควรตักน้ำซอสมาราดข้าว ต่อให้ซอสนั้นมีรสชาติที่อร่อยขนาดไหนก็ตาม การกินอาหารประเภทเส้นแล้วอาจจะดูดเส้นเสียงดังได้ แต่การทานอาหารอย่างอื่นแล้วทำเสียงดังๆแบบนั้นถือว่าเป็นการเสียมารยาทมากนะคะ 
 
ถ้าในมื้ออาหารนั้นมีเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ คนญี่ปุ่นส่วนมากมักจะไม่ดื่มอัลกอฮอล์แล้วก็ไปขับรถ ส่วนเพื่อนร่วมโต๊ะก็ควรห้ามคนที่จะขับรถไม่ให้ดื่ม เพราะถ้าเกิดมีเรื่องขึ้นมา เพื่อนร่วมโต๊ะก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันในข้อหาชวนดื่ม
เวลารับประทานอาหารในร้านฟาสฟู้ด หรือร้านอาหารประเภทที่บริการตัวเอง เวลาทานเสร็จแล้วต้องเอาถาดอาหารและอุปกรณ์ต่างๆไปเก็บ รวมถึงใช้ผ้าที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ เช็ดทำความสะอาดโต๊ะให้เรียบร้อย ลูกค้าท่านอื่นจะได้เข้ามานั่งทานต่อได้เลย 
ที่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีการให้ทริปพนักงาน เพราะถือว่าค่าบริการถูกรวมไว้ในค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว ส่วนการแชร์หรือช่วยกันออกค่าอาหารถือว่าเป็นเรื่องปรกติในประเทศญี่ปุ่น 
 
การแลกนามบตรกบคนญปน
 
มารยาทในการทำงานหรือการติดต่อทางธุรกิจ
 
การแลกนามบัตร เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ ในสังคมญี่ปุ่นนั้นจะถือว่าการเริ่มต้นทำงานก็คือเริ่มจากการแลกนามบัตร ถ้าเราเป็นผู้ไปเยือนก็ควรจะเป็นคนที่ยื่นนามบัตรให้ก่อน หรือในกรณีที่เราอายุน้อยกว่าก็ควรเป็นคนยื่นนามบัตรให้ก่อน ในกรณีที่เราไปกับเจ้านาย ก็ควรใหเกียรติเจ้านายเป็นผู้ยื่นก่อน ผู้รับนามบัตรต้องยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับอย่างนอบน้อม เมื่อรับนามบัตรก็ให้ใช้ทั้งสองมือจับตรงขอบๆนามบัตร อย่าเก็บนามบัตรทันที เพราะนั่นถือว่าเป็นการเสียมารยาทมาก ควรอ่านและพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลที่อยู่บนนามบัตรซักเล็กน้อย เช่น คุณทานะเบะนะคะ ทำงานที่ .... เป็นต้น 
 
การกล่าวคำทักทาย 
 
คนญี่ปุ่นถือว่าวิธีการกล่าวคำทักทายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าอยากมีความเจริญก้าวหน้าก็กล่าวคำทักทายให้เป็น การทักทายในภาษาญี่ปุ่น หรือ อะ-อิ-ซะ-สึ  ที่สามารถแยกออกมาได้ 4 คำ คือ
อะ มาจากคำว่า อะการิกึ หมายถึง ความร่าเริง 
อิ มาจากคำว่า อิสึโมะ หมายถึง ทุกครั้ง
ซะ มาจากคำว่า ซะกินิ หมายถึง ทักทายก่อน หมายถึงถ้าเห็นก็สามารถทักทายได้เลยทันที ไม่ต้องรอว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ใครต้องทักใครก่อน
สึ มาจากคำว่า สึเกเตะ หมายถึง ทำต่อเนื่อง
 
วิธีการทักทาย
 
ผู้ชายยืนมือทั้งสองข้างแนบลำตัว กล่าวคำทักทายแล้วก็โค้งตัวลง ผู้หญิงให้เอามือซ้ายมาวางทับมือขวา แล้วก็โค้งตัวลง การโค้งของคนญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร การโค้งจะบ่งออกได้เป็ 3 แบบยกตัวอย่างเช่น การโค้งให้ผู้อาวุโสนั้นจะโค้งด้วยการก้มให้ลึกและนานกว่า การโค้งให้ลูกค้าก็จะก้มน้อยกว่า ถ้าระดับเท่ากันอย่างเพื่อนร่วมงานก็เอาแค่พองามประมาณ 15 องศาก็พอแล้ว ส่วนการโค้งให้ลูกค้าก็จะก้มลึกกว่านั้น โดยให้แผ่นหลังโค้งลงไปซัก 30 องศา  การโค้งอาจทำได้ในเวลาทักทายกัน โค้งเพื่อเป็นการขอบคุณ หรือแม้กระทั่งการโค้งเวลากล่าวลาจากกัน 
 
มารยาทสงคม อะไรทไมควรทำ ในญปน
 
มารยาทการแต่งกาย 
 
อาจจะคล้ายๆกับบ้านเราคือ ควรแต่งกายให้เหมาะกับกาลเทศะ ไมว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม ผู้หญิงควรแต่งหน้าบางๆ ไม่ทาเล็บสีฉูดฉาด ควรใส่ถุงน่องสีเนื้อ และรองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าแบบมีส้นจะได้ดูดี ส่วนผู้ชายก็ควรรักษาความสะอาดหนวดเครา หรือแม้กระทั้งแว่นตาที่ไม่ควรมีรอยนิ้วมือ เวลาใส่สูทก็ควรติดกระดุมให้เรียบร้อยด้วย 
เวลาแต่งกายไปติดต่อธุรกิจ ควรคำนึงถึงภาพลักษณ์ที่บุคคลที่เราไปติดต่อด้วยว่ามองมาที่เรายังไง ว่าง่ายๆก็คือให้นึกถึงคนอื่น มากกว่านึกถึงตัวเอง 
 
การใช้น้ำหอมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ คนญี่ปุ่นจะถือว่าเป็นการเอากลิ่นตัวเองไปให้คนอื่นดม ดังนั้นควรกำจัดกลิ่นกลายไม่ให้มีกลิ่นตัว แทนที่จะเอาน้ำหอมมาฉีดเพื่อกลบกลิ่นตัว ดังนั้นการใช้นำหอมก็ควรคำนึงด้วยว่าคนอื่นจะชอบกลิ่นน้ำหอมของเราหรือไม่ เวลาไม่สบายก็ควรใสหน้ากากอนามัย จะได้ไม่เอาเชื้อโรคไปแพร่ให้คนอื่น ถ้าใครไม่มีก็สามารถไปขอได้ตามสถานพยาบาลต่าง ส่วนคนรักสุขภาพมากๆการใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะถือว่าเป็นเรื่องปรกติ
 
มารยาทของคู่รัก
 
หลายคนอาจจะมองว่าผู้ชายญี่ปุ่นนั้นดูเย็นชา ผู้หญิงญี่ปุ่นจะถูกสอนมาให้มีความอดทน คูรักชาวญี่ปุ่นจะให้เกีรยติกันและกัน ไม่เซ๊าซี้ถามเรื่องส่วนตัว ไม่มีการโทรตามว่าตอนี้อยู่ไหน ทำอะไรกับใคร ไม่ค่อยคุยโทรศัพท์กันนานๆ ถ้าโทรไปแล้วแฟนไม่รับ หรือไม่โทรกลับก็ไม่ควรไปจี้ถามให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจ ถ้าคิดถึงกันจะใช้วิธีการพิมพ์ข้อความส่งไปซะมากกว่า เพราะเวลาทำงานคนญี่ปุ่นจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือคุยเรื่องส่วนตัว แบบว่าไม่มีการเอาขึ้นมาวางบนโต๊ะกันเลยทีเดียว
 
เรื่องมารยาททางสังคมที่ดียังมีอีกเยอะเลยนะคะ เพราะว่าคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาทกันมาก ถ้าไปญี่ปุ่นจะเห็นมีป้ายเกี่ยวกับมารยาทติดไว้ตามสถานที่ต่างๆ แบบว่าปลูกฝังลงไปในจิตสำนึกกันเลยทีเดียว มีการเขียนเรื่องเหล่านี้ไว้ในตำราต่างๆ มากมาย ถึงขนาดที่ว่ามีสมาคมที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำการทดสอบเรื่องมารยาททางสังคมกันเลยทีเดียว และคนที่ได้รับใบประกาศรับรองการมีมารยาทที่ดี ก็จะได้รับการยอมรับ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมทั้งได้เงินเดือนที่สูงกว่าคนอื่นๆด้วยคะ 
 
 
ขอบคุณที่มา : รายการดูให้รู้ 
Credit photos : yaplog.jp