โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ดัดแปลงมาจาก “La Belle et la Bête” นิทานพื้นบ้านของฝรั่งเศส เป็นเรื่องราวของ “เบลล์” หญิงสาวผู้มีหน้าตาและจิตใจที่งดงามที่ต้องมารับโทษแทนพ่อ เบลล์ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้าอสูรหน้าตาหน้าเกลียดน่ากลัว แต่เมื่อเธอได้รู้จักกับเจ้าอสูรตนนี้มากขึ้น  เบลล์ก็ได้เรียนรู้ว่า "เราไม่ควรตัดสินผู้อื่นจากภายนอกเท่านั้น”

 

เรื่องย่อ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) - เวอร์ชั่นนิทาน

ณ เมืองแห่งหนึ่ง มีเศรษฐีคนหนึ่งได้อาศัยอยู่กับลูกสาว 3 คน อยู่มาวันหนึ่งที่บ้านของเศรษฐีผู้นี้ก็เกิดไฟไหม้ซึ่งทำให้ครอบครัวเศรษฐีผู้นี้ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมดไป จากเหตุการณ์นี้เองพวกเขาจึงได้ย้ายออกจากเมืองแห่งนี้ไปอยู่ในกระท่อมหลังเล็กๆ ที่อยู่ไกลออกไปจากตัวแมือง แต่ว่าลูกสาวคนโตและคนกลางกลับรับสภาพไม่ได้ เพราะพวกเธอเคยชินกับการใช้ชีวิตที่สุขสบายโดยไม่ต้องทำอะไร ส่วนลูกสาวคนเล็กมีชื่อว่า เบลล์ เธอเป็นคนขยันและจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้คน ซึ่งเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและช่วยพ่อทำงานขยันขันแข็ง

อยู่มาวันหนึ่งก็ได้มีจดหมายจากในเมืองให้เศรษฐีผู้นี้ไปรับเงินที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปในเมืองเขาก็ได้ถามลูกสาวทั้ง 3 คนว่าต้องการอะไรเป็นของฝาก ลูกสาวคนโตก็บอกว่าเธออยากได้เสื้อผ้าสวยๆ ลูกสาวคนกลางเธออยากได้แหวนและสร้อยคอ ส่วนเบลล์ลูกสาวคนเล็กเธอกลับไม่อยากได้อะไรเลยนอกจากขอให้พ่อเดินทางกลับมาบ้านอย่างปลอดภัยก็พอ แต่ผู้เป็นพ่อไม่ยอม เบลจึงขอเพียงแค่ดอกกุหลาบสีแดงเพียงดอกเดียวเท่านั้น แล้วเศรษฐีผู้นี้ก็ได้ออกเดินทางเข้าไปในเมือง แต่ปรากฎว่ามีใครบางคนปลอมตัวมารับเงินตัดหน้าไปก่อนแล้ว เขาจึงเดินทางกลับบ้านอย่างหมดหวัง

ในขณะเดินทางกลับพายุหิมะก็โหมกระหน่ำพัดลงมาจนไม่เห็นถนน แต่เขาก็ฝืนขี่ม้าไป เขาได้พบเส้นทางหนึ่งที่เขาคิดว่าน่าจะไปได้ง่ายกว่าเพราะปกคลุมอยู่เลย เมื่อเขาเลือกเดินทางไปตามเส้นทางนี้ จึงทำให้เขาได้พบกับปราสาทแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีใครอยู่ แต่เมื่อเขาเข้าไปสำรวจเรื่อยๆ จนพบกับห้องโถงใหญ่และเห็นว่าบนโต๊ะอาหารนั้นมีอาหารจัดเตรียมอยู่มากมาย ด้วยความหิวเขาเลยตัดสินใจกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะจนอิ่ม จากนั้นเขาก็กำลังจะออกจากปราสาทไป แต่เขาก็มองเห็นดอกกุหลาบสีแดงวางอยู่ ด้วยความคิดว่าที่นี่มีดอกกุหลาบตั้งมากมาย ถ้าเขาจะหยิบไปซักดอกหนึ่งคงไม่เป็นไรกระมัง เขาจึงหยิบดอกกุหลาบนั้นไป หวังว่าจะนำไปฝากเบลล์ลูกสาวคนเล็ก 

แต่แล้วก็มีอสูรโผล่ออกมาบอกว่าตนอุตส่าห์ให้อาหารกินแล้ว ยังจะมาขโมยดอกไม้อีก เจ้าอสูรขู่ว่าจะทำร้ายเขาเนื่องจากว่ากุหลาบนั้นเป็นของรักของเจ้าอสูรตนนี้ ในขณะเดียวกันนั้นเศรษฐีก็ได้พยายามอธิบายว่า ตนเพียงแค่หาขอฝากที่ลูกสาวทั้ง 3 ร้องขอ ซึ่งลูกสาวคนเล็กได้ขอเพียงกุหลาบดอกเดียว ตนจึงแค่จะนำดอกกุหลาบดอกนี้ไปฝากลูกสาวตนเท่านั้นเอง ทันใดนั้นเจ้าอสูรก็ได้ยื่นขอเสนอให้เศรษฐีผู้นี้ว่า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าหากเจ้านำตัวลูกสาวคนใดคนหนึ่งให้มาอยู่กับข้าด้วยความเต็มใจ หากทำได้ข้าก็จะปล่อยเจ้าไป เมื่อเศรษฐีได้ยินเช่นนั้นจึงตอบตกลง ก่อนกลับเจ้าอสูรให้เศรษฐีหยิบเอาของในหีบที่เขาต้องการกลับไปด้วย ท่านเศรษฐีจึงหยิบเอาเสื้อผ้า แหวนและสร้อยคอไปฝากลูกๆ รวมถึงกุหลาบดอกนั้นด้วย เจ้าอสูรกำชับว่าให้รักษาสัญญา ไม่อย่างงั้นจะตามไปฆ่าถึงที่บ้าน ท่านเศรษฐีก็รับปากแล้วกลับไป

เมื่อไปถึงบ้านก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ลูกๆฟัง เมื่อลูกสาวทั้ง 3 คนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว พี่สาวคนโตและพี่สาวคนกลางจึงบอกว่านี้คือความผิดของ เบลล์ ดังนั้นคนที่จะต้องไปอยู่ก็จะต้องเป็นเบลล์ ด้วยความรักที่เบลล์มีต่อพ่อของเธอ เธอก็ตอบตกลงไปในทันที ผู้เป็นพ่อจึงเดินทางไปส่งเบลล์ด้วยความเสียใจที่สุด เมื่อไปถึงก็เจออาหารจัดวางไว้บนโต๊ะ ทั้งสองพ่อลูกลืมจุดประสงค์การเดินทางมาในครั้งนี้ แล้วนั่งลงรับประทานอาหารด้วยความหิวโหย สักพักเจ้าอสูรก็เดินเข้ามา เบลล์กลัวมากแต่ก็ไม่ลืมทำความเคารพเจ้าอสูร ซึ่งทำให้มันพอใจในกริยามารยาทของเธอมาก และมอบสมบัติมีค่าให้ท่านเศรษฐีนำกลับบ้านไปด้วย




ภายในปราสาทนั้นช่างอ้างว้างวังเวง คืนนั้นเบลล์เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า แล้วก็ฝันถึงเจ้าชายรูปงามที่มาบอกเธอว่า มีแต่เธอเท่านั้นที่ช่วยเขาได้ เจ้าอสูรมาตามเบลล์ไปร่วมโต๊ะอาหาร เบลล์จึงถามกลับไปว่าทำไมเธอต้องไปร่วมโต๊ะอาหารด้วยในเมื่อเธอมาเพื่อถูกฆ่าแทนพ่อ เจ้าอสูรไม่ตอบ แววตาของมันมีแต่ความเศร้าศร้อย แต่เบลล์ไม่ทันสังเกตุเพราะเธอไม่กล้าแม้จะสบตากับมัน เจ้าอสูรรีบทานอาหารแล้วลุกจากโต๊ะไปเพราะกลัวว่าเบลล์จะรังเกียจมัน เบลล์เบื่อที่จะอยู่เฉยๆ จึงทำควาสะอาดปราสาทด้วยความสุขทุกวัน บางทีเธอก็ร้องเพลงหรือเต้นรำไปด้วย เมื่อถึงเวลาอาหารเธอก็ยังคงไปร่วมโต๊ะกับเจ้าอสูรด้วยความหวาดกลัว เบลล์รวบรวมความกล้าถามเจ้าอสูรว่า เมื่อไหร่มันจะกินเธอเสียที พอเจ้าอสูรไม่ตอบเธอก็ถามมันซ้ำๆ เจ้าอสูรก็ไม่ตอบและกระแทกช้อนลงบนจานอย่างดัง เบลล์จึงทำแบบนั้นบ้างด้วยความโมโหจนลืมความกลัว แล้วบอกกับมันว่าเธอเป็นคนขโมยกุหลาบ เพราะพ่อเพียงแค่ทำตามคำสั่งของเธอ และเธอจะไม่ยอมให้พ่อต้องมาตายแทนอย่างเด็ดขาด และคนที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างท่านคงไม่มีวันเข้าใจ

เจ้าอสูรหัวเราะเสียงดังก้องจนเห็นฟันที่แหลมคม ทำให้เบลล์กลับมากลัวมันอีกครั้ง เจ้าอสูรเดินมาคุกเข่าตรงหน้าเบลล์เพื่อขอเธอแต่งงาน แต่ก็ไม่คำตอบกลับใดๆจากเบลล์ จากวันนั้นเจ้าอสูรก็คอยขอเบลล์แต่งงานอย่างไม่ลดละ แต่เบลล์ก็ไม่ตอบหรือพูดอะไรออกมา จนกาะทั่งวันหนึ่งเบลล์รู้สึกเบื่อจึงไปนั่งเล่นในสวน และวิ่งออกจากปราสาท แต่ในขณะที่กำลังวิ่ง เธอเห็นว่าเจ้าอสูรกำลังวิ่งตามเธอมาเช่นกัน เธอจึงกระโดดขึ้นขี่ม้าแล้วหนีออกไป แต่พอถึงกลางป่าม้าเกิดเสียหลักจนเบลล์ตกจากหลังม้า เจ้าอสูรขี่ม้าตามมาจึงอุ้มเธอขึ้นหลังม้าแล้วขี่กลับปราสาทไป ในยามที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าอสูรเช่นนี้ เบลล์กลับไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับได้รับรู้รถึงความอบอุ่น  ใจดี และเป็นครั้งแรกที่เบลล์ได้เห็นสายตาที่เศร้าหมองของมัน เจ้าอสูรอุ้มเบลล์ไปส่งถึงห้องนอน มันดูแลเธอและนวดเท้าให้เออย่างทนุถนอม

นับตั้งวันนั้นเบลล์ไม่หวาดกลัวเจ้าอสูรอีกต่อไป เธอร่วมโต๊ะอาหารกับมันอย่างมีความสุข จากนั้นก็ไปเดินเล่นในสวนด้วยกัน อ่านหนังสือด้วยกัน เต้นรำด้วยกัน ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข วันหนึ่งในขณะที่กำลังเต้นรำกันอยู่นั้น เจ้าอสูรถามเบลล์ที่กำลังอยู่ในอ้อมแขนมันว่า เบลล์จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของมันตลอดชีวิตได้หรือไม่ เบลล์อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนกลับตอบไปว่า เธอจะแต่งงานกับอสูรได้อย่างไร เจ้าอสูรมองเธออย่างปวดร้าว เบลล์จึงบอกว่าเธอยังมีความคิดถึงพ่อและพี่ๆ ของเธอมากเธออยากกลับไปหาครอบครัวของเธอสักครั้ง เมื่อกลับมาเธอจะมีคำตอบเรื่องแต่งงานให้กับเจ้าอสูร เจ้าอสูรจึงอนุญาติให้เบลล์กลับไปหาครอบครัวของเธอ และขอสัญญาให้เอกลับมา ไม่อย่างงั้นมันคงจะต้องตาย เบลล์จึงรับปากกับเจ้าอสูร รุ่งเช้าเบลล์จึงกลับไปพร้อมกับสมบัติมากมายที่เจ้าอสูรให้เธอนำกลับไปด้วย เจ้าอสูรได้มอบกระจกวิเศษและแหวนวิเศษให้กับเบลล์ กระจกวิเศษจะทำให้เบลล์เห็นทุกอย่างในปราสาท ส่วนแหวนวิเศษก็จะทำให้เบลล์มีเวทมนต์ กลับไปยังปราสาทอีกครั้ง 

 

เมื่อเบลล์กลับไปถึง ก็สร้างบ้านหลังใหม่ให้พ่อ พอพี่สาวเห็นว่าเบลล์อยู่ดีมีสุข ก็เกิดความอิจฉาและพยายามรั้งแบลล์ไว้ไม่ให้กลับไปปราสาทอีก อยู่มาวันหนึ่งเบลล์ฝันเห็นเจ้าอสูรกำลัง เจ็บปวดและทรมาณ จึงใช้กระจกวิเศษส่องดูความเป็นอยู่ที่ปราสาท จึงพบว่าเจ้าอสูรนั้นป่วย ด้วยความเป็นห่วงเธอจึงรีบกลับไปหามัน พอไปถึงเธอก็พบว่าเจ้าอสูรกำลังนอนหมดสติอยู่ที่สวนดอกกุหลาบ เบลล์รีบเข้าไปหาและพยายามปลุกเจ้าอสูรให้ตื่น พร้อมกับทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ทำร่วมเจ้าอสูรจนทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าเธอนั้นรักเจ้าอสูรตนนี้เข้าเสียแล้ว เบลล์ขอร้องให้เจ้าอสูรฟื้นขึ้นมาเพื่อแต่งงานกับเธอ เบลล์จับใบหน้าที่น่าเกลียดของมันแล้วพูดว่าเธอจะไม่รังเกียจมันอีกต่อไป น้ำตาของเธอไหลรินไปทั่วร่างเจ้าอสูร

ทันใดนั้นทุกสิ่งในปราสาทก็เริ่มเปลี่ยนไป ภายในปราสาทเต็มไปด้วยทหารและบริวาร ทุกคนจ้องมองมาที่เบลล์และอสูรอย่างมีความสุข และร่างที่เป็นอสูรก็ค่อยๆ กลายมาเป็นชายหนุ่มรูปงามที่แววตามีแต่ความรักให้กับเบลล์ เบลล์มองชายหนุ่มคนนั้นอย่างงงๆ  แล้วเขาก็ได้เล่าให้เธอฟังว่า เขาคือเจ้าชายที่ถูกแม่มดสาปให้เป็นอสูรกาย จะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อมีใครซักคนที่รักเค๊าด้วยหัวใจ เจ้าชายบอกเธอว่าเขารอวันนี้มาแสนนาน นานจนคิดว่าจะไม่มีวันนี้ และเธอจะตอบตกลงแต่งงานกับเขาหรือไม่ เบลล์บอกกับเจ้าชายว่าเธอจะอยู่ที่นี่กับเขาตลอดไป แล้วทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข