เจาะใจ ตูน บอดี้สแลม วิ่ง เส้นทาง อ.เบตง จ.ยะลา ถึงเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร แรงบันดาลใจคืออะไร ทำไมถึงต้องเป็นโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่ง 

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาเราคงได้เห็นโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ตูน บอดี้สแลม วิ่ง 400 กิโลเมตร จากกรุงเทพ – ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เวลา 10 วัน โครงการนั้นได้ยอดบริจาคทะลุ 85 ล้านบาท เพื่อบริจาคให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน โปรเจคท์นั้นเป็นรูปเป็นร่าง ทางโรงพยาบาลได้นำเงินจำนวนนั้นไปซื้ออุกรณ์การแพทย์ จนสามารถช่วยผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 ได้มีการประกาศโครงการก้าวคนละก้าวขึ้นอีกครั้ง ตูน บอดี้สแลม ได้มาพูดถึงโครงการนี้ในรายเจาะใจ ออกอากาศไปเมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

แรงบันดาลใจในการวิ่ง
เริ่มมาจากการที่ตูนมีบ้านอีกหลังอยู่ที่ อ.บางสะพาน พอมีวันหยุดยาวๆก็กลับไปพักผ่อนที่นั่น จนรู้จักกับคนในพื้นที่ แล้วได้เจอกับ ผอ.โรงพยาบาลบางสะพาน ต้องการให้คนบางสะพานหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น เริ่มจากการที่ท่านผอ.ขอความช่วยเหลือเป็นเซเลบในการวิ่งงานการกุศลที่ อ.บางสะพาน ที่จัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ ต้องการให้คนบางสะพานหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น และหากมีเงินเหลือจากการจัดงานก็จะเอาไปใช้จ่าย ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ครั้งนั้นตูนจึงลงไปพูดคุยแล้วท่านก็พาไปดูห้องต่างๆ ในโรงพยาบาล แล้วตูนก็เห็นว่าบางห้องไม่มีงบประมาณมาซ่อมจนต้องปิดไว้ มีห้องเกี่ยวกับเด็กที่ต้องการเครื่องอบ เครื่องฉายไฟ ในกรณีที่เด็กตัวเหลือง ซึ่งทั้งโรงพยาบาลมีอยู่เพียงเครื่องเดียว เด็กบางคนยังไม่ทันหายดีก็ต้องวนเให้เด็กที่อาการหนักกว่าเข้ามาใช้

หลังจากทัวร์จนทั่วโรงพยาบาล ตูนก็อาสาว่าจะเป็นคนจัดงานนี้เอง แต่พอกลับมาลงรายละเอียด คิดคำนวนค่าใช้จ่ายแล้วพบว่ายาก ที่จะมีเงินเหลือมากๆ พอที่จะซื้ออุปกรณ์เหล่านั้น ตูนเลยคิดที่วิธีนี้ขึ้นมาเพื่อลดต้นทุน ทั้งที่เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เงินเท่าไหร่ แต่วิธีนี้ต้นทุนน้อยที่สุด ตอนแรกก็มีความกังวลมากว่าเจตนารมณ์ของเขาจะถูกมองไปเป็นอย่างอื่น ไม่อยากให้คนมองว่าเขาทำเอาหน้า จนมีพี่ท่านหนึ่ง (ชื่อปิงปอง) ช่วยออกความเห็น บอกให้ตูนไปออกรายการเยอะๆ คนจะได้มาช่วยเยอะๆ ตูนบอกว่าไม่กล้า พี่ท่านนั้นเลยพูดเหมือนด่าว่า แม้จะมีคนเข้าใจผิด แปลเจตนารมณ์ของเขาผิด ช่างมัน ! เขาลงมือทำซะขนาดนี้แล้ว ต้องก้าวข้ามตรงนี้ให้ได้แล้วมองไปที่ปลายทาง ถ้าโรงพยาบาลได้ประโยชน์จากกระทำของเขามากที่สุด หากจะมีใครมาวิจารณ์ให้ถือเป็นเรื่องปรกติ ต้องข้ามมันไปให้ได้ ตูนเลยตัดสินใจทำให้เต็มที่

ความประทับใจ
ในการวิ่งครั้งนั้นจะเห็นว่ามีคนมาขอถ่ายรูป มีคนเข้ามาบริจาค เอาของมาให้อยู่ตลอดระยะทาง ตูนตั้งใจตั้งแต่ก่อนออกวิ่งแล้วว่า จะไม่หงุดหงิด ถึงหงุดก็จะยิ้ม เพราะครั้งนี้เขาออกมาช่วยเหลือคนอื่น มาทำสิ่งดีๆ ใครอยากเซลฟี่ อยากถ่ายรูป เขาจะหยุดให้เซลฟี่ สิ่งที่ประทับใจในครั้งนั้นก็คือ เมื่อวิ่งไปถึงจังหวัดเพชรบุรี วิ่งๆไปเจอกลุ่มคุณยายประมาณ 4-5 คน ที่กำลังยืนรอไปงานอะไรสักอย่าง ในขณะที่เขากำลงวิ่งไปถึง คุณยายก็ตะโกนถามมาว่า “ไอ้หนู หน้าเอ็งยังกะพี่ตูน นี่ยายจะบริจาค” ตูนก็หยุดแล้วรีบบอกว่านี่คือเขาเอง เจอรปภ. เฝ้าโรงงานที่ถือแบ็งค์พันวิ่งมาบริจาค เจอเด็กที่เอากระปุกออมสินมาบริจาคทั้งกระปุก เด็กบางคนนำเงินมาบริจาคที่ศุนย์พัก พร้อมกับจดหมายบอกว่านี่เป็นเงินรางวัลจากการแข่งขันเทควันโด และขอบริจาคทั้งหมดเลย ทำเอาตูนถึงกับน้ำตาซึม เพราะก่อนวิ่งไม่เคยคิดว่าจะได้เจอสิ่งเหล่านี้ รู้สึกดีที่โครงนี้มีส่วนช่วยปลูกฝังให้เด็กรู้จักการให้

ทำไมถึงต้องเป็นโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่ง
หลังจากการวิ่งครั้งก็มีหลายที่ขอมาให้ตูนไปช่วย มีหลายที่มากจนไม่รู้จะไปที่ไหนก่อนดี ครั้งที่แล้วทางโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีได่ส่งหมอมาช่วยดูแลทีมนักวิ่ง และถ้ามีโอกาสก็ขอให้ช่วยทางศูนย์บ้างนะ ซึ่งโรงพยาบาลศูนย์จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าโรงพยาบาลประจำจังหวัด ตั้งอยู่ตามจังหวัดใหญ่ๆ เป็นศูนย์กลางของโรงพยาบาลหลายจังหวัด จึงคิดว่าจะวิ่งอีกครั้งเพื่อช่วยโรงพยาบาลศูนย์ แต่โรงพยาบาลศูนย์ในประเทศไทยก็มีมากกว่า 30 แห่ง ตูนจึงลงไปสำรวจเองทั้งหมด รายชื่อโรงพยาบาล 11 แห่ง มีโรงพยาบาลศูนย์ 9 แห่ง โรงพยาบาลประจำจังหวัด 2 แห่ง ดูจากความต้องการก่อน มีโรงพยาบาลศูนย์ที่ จ.เชียงราย, เชียงใหม่, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, ปราจีนบุรี, สระบุรี, ขอนแก่น, สุราษธานี, ยะลา โรงพยาบาลประจำจังหวัดน่าน และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพ ที่เป็นโรงพยาบาลน่านเพราะเป็นพื้นที่พิเศษ อยู่ไกล ถ้าจะส่งผู้ป่วยมาโรงพยาบาลศูนย์ที่ลำปาง ต้องใช้เวลานาน 3 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเพราะคุณหมอที่ดูแลเส้นเสียงของตูนอยู่ที่นั่น

เส้นทาง เบตง – แม่สาย เริ่มจาก อ.เบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย วิ่งไปเหนือสุดของประเทศไทย อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่ง 55 วัน (วิ่ง 4 วัน หยุด 1 วัน) วิ่งวันละ 50 กิโล โดยแบ่งเป็นเซ็ต เซ็ตละ 10-15 กิโลเมตร ผ่าน 20 จังหวัด และมีความตั้งใจจะวิ่งผ่านโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึง 25 ธ.ค. นี้

วัตถุประสงค์
1. เพื่อ 11 โรงพยาบาล 700 ล้าน ยอดบริจาคที่คาดหวัง ค่าเฉลี่ยคนไทย 70 ล้านคน คนละ 10 บาท แต่ตูนไม่ได้หวังให้เป็นโครงการนี้ เป็นโครงการเพื่อเงินบริจาคเพียงอย่าง อีก 2 ส่วนที่อยากจะได้
2. เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคคลากรที่ทำงานในโรงบาลรัฐทุกท่าน ที่ทำงานหนัก ท่ามกลางแรงกดดัน ความไม่พร้อมของอุปกรณ์ ท่ามกลางความทุกข์ของคนไข้ที่เข้ามารักษาตัว ถึงแม้ว่าอุปกรณ์พร้อมหรือไม่พร้อม แต่ที่สำคัญคือคนต้องพร้อม
3. เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนหันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพของตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้องการแก้กันอยู่
คราวที่แล้วตูนยังบริจาคเงินส่วนตัวให้กับโรงเรียนที่เขาวิ่งผ่าน โรงเรียนละ 30,000 บาท ประมาณ 10 โรงเรียน แต่คราวนี้ก็มีผู้ใหญ่ใจดี ช่วยบริจาคโรงเรียนละ 50,000 ในทุกวันที่วิ่ง ตอนนี้ได้มาแล้ว 40 โรงเรียน

สิ่งที่จะได้จากการวิ่งครั้งนี้
คุณหมอบอกว่าความเสี่ยงหรืออันตรายในการวิ่งในครั้งนี้คือ ภาวะกล้ามเนื้อสลาย คือถ้าเราใช้เกิน ขาดเกลือแร่ ดื่มน้ำไม่พอ ร่างกายก็จะไปดึงสิ่งที่ขาดจากกล้ามเนื้อ นอกจากนี้แล้วยังเสียงต่อไตวายเฉียบพลัน การวิ่งครั้งนี้เพื่อช่วยคนอื่น แต่สิ่งที่ตูนคิดว่าตัวเองจะได้คือ ความสุข และการเป็นคนไทยคนแรกที่วิ่ง จากจุดใต้สุดถึงจุดสูงสุดของเมืองไทย ตูนคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะใช้วิธีการนี้ เพราะวิธีเดิมๆ ใช้ซ้ำๆอาจจะไม่ได้ผลเพราะคนจะเริ่มชิน ไม่รู้สึกว่ามันเป็นปัญหา

โครงการนี้ประกาศตัววันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่ตอนนี้ มีคิงเพาเวอร์ที่ร่วมบริจาคไปแล้ว 24 ล้านบาท ประเดิมก่อนการวิ่ง ช่องทางการบริจาค (เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่ตอนนี้)
1. โอนเข้าบัญชีมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว) เลขที่บัญชี 111-393-5263 (กระแสรายวัน)
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขารัชโยธิน
2. ส่ง SMS ร่วมบริจาค ครั้งละ 10 บาท โดยการพิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099 (เครือข่าย AIS,DTAC และ TrueMove H ไม่หักค่าใช้จ่าย)

ชมรายการ เจาะใจ ตูน บอดี้สแลม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโรงพยาบาลบางสะพานหลังได้รับเงินบริจาค