ชอ นามสกล ของฝรง ทำไมถงซำกนเยอะมาก
 
ชื่อ-นามสกุล ของฝรั่ง ทำไมถึงซ้ำกันเยอะมาก
 
หลายคนอาจมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นชาวตะวันตก แต่เราพอเอา ชื่อ-นามสกุล ไปลองเสิร์ชดูในอินเตอร์เน็ตกับพบว่ามีชื่อและนามสกุลซ้ำกันนับสิบๆ คน จนไม่รู้ว่าคนไหนคือเพื่อนเรากันแน่ วันนี้ maanow.com เลยไปค้นข้อมูลมาฝากเพราะแอดมินก็สงสัยมานานแล้วเหมือนกัน 
 
 
ชื่อ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า first name แต่ภาษาอังกฤษในบางประเทศก็เรียกว่า given name (เคยเห็นในพลาสปอร์ตของคนอินเดีย) ในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า prénom
นามสกุล ในภาษาอังกฤษเรียกว่า last name, family name หรือ surname ในประเทศอังกฤษบางทีก็เรียกนามว่า surname ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า nom แต่ surnomer ในภาษาฝรั่งเศสนั้นแปลว่าการตั้งฉายาให้โดยเพื่อนๆ

นอกจากนี้แล้ว ฝรั่งยังมีชื่อกลาง middle name ที่บางคนก็มีชื่อกลางหลายชื่อ ส่วนมากก็มักจะเอาชื่อพ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยาย มาตั้งเป็นชื่อกลาง ชื่อกลางอันแรกส่วนมากจะเป็นชื่อพ่อ ชื่อกลางที่สองอาจเป็นชื่อปู่ เป็นต้น ข้อดีของการมีชื่อกลางก็คือช่วยแยกแยะคนที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกัน ว่าคนๆ นั้นเป็นลูกหลานใคร อย่างไรก็ดีในบัตรประจำตัวประชาชน ก็จะมีแค่ชื่อกับนามสกุล แต่เคยเห็นในพลาสปอร์ตคนฝรั่งจะมี ชื่อ, นามสกุล และชื่อกลางอยู่ด้วย
 
 
ขอยกตัวอย่างชื่อพระเอกแวมไพร์สุดหล่อจากทไวไลท์ ที่ชื่อเต็มๆ ของเขาก็คือ Robert Douglas Thomas Pattinson โรเบิร์ต ดักลาส โธมัส แพตตินสัน คนส่วนมากก็จะเรียกเขาว่า โรเบิร์ต แพตตินสัน เรียกเพียงแค่ ชื่อ-นามสกุล ส่วนชื่อกลาง Douglas และ Thomas นั้นแอดมินไม่ได้ไปสืบต่อว่าเป็นชื่อของใครกันบ้าง ถ้ามีใครพอทราบก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ Robert คือชื่อ ส่วนนามสกุลก็คือ Pattinson เราจะเห็นว่าฝรั่งชื่อโรเบิร์ตมีเยอะมากกกกก ลากเสียงยาวๆ แบบว่าโหลเลยหล่ะ แถมยังเป็นนามสกุลของใครอีกหลายๆ คน ยกตัวอย่างที่เรารู้จักดีก็คือ จูเลีย โรเบิร์ต นักแสดงสาวชาวอเมริกัน 
 
การที่ฝรั่งชื่อซ้ำกันก็เพราะว่าความเชื่อทางศาสนา ฝรั่งส่วนมากนับถือศาสนคริตส์ จึงมีความนิยมตั้งชื่อตามนักบุญ แม่ชีหรือ Saint ต่างๆ บางประเทศอย่างฝรั่งเศสในปฎิทินแต่ละวันก็จะมีนักบุญประจำแต่ละวันกันเลย แล้วพอชื่อใครตรงกับชื่อนักบุญในวันไหนของปีก็อาจมีการจัดปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองกัน หรืออย่างน้อยๆ ก็จะมีการอวยพรให้กัน เวลาดูทีวีในขณะที่มีการรายงานพยากรณ์อากาศก็จะบอกด้วยว่าวันนี้เป็นวันของนักบุญท่านใด เช่นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็คือ Saint Valentine หรือนักบุญวาเลนไทน์
 
ชอ นามสกล ของฝรง ทำไมถงซำกนเยอะมาก
 
วันนี้คือวันที่ 17 กรกฎาคม 2559 ในปฏิทินฝรั่งเศส จะเป็นวันของคนที่ชื่อชาร์ลอตต์ “Charlotte” เป็นชื่อเวอร์ชั่นผู้หญิง ของ Charles แต่ละประเทศอาจจะเรียกชื่อนี้ต่างกันออกไปตามภาษาของตัวเอง
 
• Charlotte เขียนและสะกดเหมือนกันแบบนี้ ในประเทศเยอรมันี เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
• Carlota ในภาษาสเปน
• Carlotta อิตาลี
• Charlotta โปแลนด์
 
ในแค่ฝรั่งเศสประเทศเดียวมีคนใช้ชื่อนี้และยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 117,868 คน มีคนนามสกุล Charlotte ประมาณ 400 กว่าคน และโดยอายุเฉลี่ยของคนชื่อนี้อยู่ที่ประมาณ 30 กว่าปี นอกจากนี้แล้ว ยังมีชื่อคนฝรั่งเศสชื่อ Marie-Charlotte ที่เกิดจากการเอาสองชื่อมารวมกันคือชื่อ  Marie และ Charlotte มีเจ้าหญิงในราชวงศ์บูร์บง หลายพระองค์ที่ใช้ชื่อนี้ 
 
ที่ซับช้อนไปกว่านั้นคือชื่อ Charles ยังมีชื่อเวอร์ชั่นหญิงอีกหลายชื่อ เช่น 
• Carole หรือ Caroline (ฝรั่งเศส) 
• Charlene (อังกฤษ) 
• Carolina, Carlina (สเปน) 
• Carotta (โปรตุเกส) 
• Karol (เยอรมันนี) 
• Carlina และ Carla ในอิตาลี ยกตัวอย่างเช่น คาร์ล่า บรูนี่ ภรรยาของนิโคลาส์ ซาโกซี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอเป็นคนอิตาลี่ ชื่อและนามสกุลแบบเต็มๆ ก่อนแต่งงานของเธอคือ Carla Bruni Tedeschi พอแต่งานแล้วก็เปลี่ยนนามสกุลกลายเป็น Carla Bruni SARKOZY ขออนุญาติเขียนนามสกุลเป็นอักษรตัวใหญ่แบบคนฝรั่งเศสนะคะ เพราะเข้าใจง่ายดีว่าอันไหนชื่ออันไหนนามสกุล เพราะบางทีฝรั่งก็เขียนนามสกุลขึ้นก่อน ทำให้คนเอเซียอย่างเรางง ว่าอันไหนเป็นชื่อ อันไหนนามสกุล
 
ชื่อเดียวกันแต่เขียนไม่เหมือนกัน
 
ในภาพบนสุดด้านซ้ายมือคือ เจ้าชายวิลเลี่ยม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ หรือ His Royal Highness Prince William Duke of Cambridge, William Arthur Philip Louis ส่วนขวามือคือ กีโยม กาเนต์ นักแสดงชาวฝรั่งเศส ชื่อ William (อังกฤษ) กับ Guillaume (ฝรั่งเศส) นั้นเขียนต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เชื่อมั๊ยว่าทั้งสองชื่อเป็นชื่อเดียวกัน ต่างกันแค่ชื่อแรกเป็นเวอร์ชั่นอังกฤษส่วนชื่อหลังเป็นเวอร์ชั่นฝรั่งเศส
 
Lola เป็นชื่อที่ค่อนข้างทันสมัยของเด็กผู้หญิงฝรั่งเศส อายุโดยเฉลี่ยของคนชื่อนี้อยู่ที่ประมาณ 10 ขวบ เป็นชื่อที่ยังไม่มีคนคนใช้กันเยอะ เป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของ "Lolita" หลายคนอาจจะคุ้นหูเพราะโลลิตาเป็นชื่อของสาววัยรุ่นที่ตกหลุมรักกับคนที่แก่คราวพ่อในพ็อกเก็ตบุ๊คชื่อดังของวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ นักเขียนชาวรัสเซีย แทบไม่น่าเชื่อว่า Lolita มาจากภาษาลาตินคำว่า Dolorosa ที่หมายมาจาก La Virgen María de los Dolores หรือ Virgin Mary of Sorrows (ในภาษาอังกฤษ) หมายพระแม่มารีย์ (มารดาพระเยซู) ที่ใบหน้ามีความเศร้าและมีดาบ 7 เล่มปักอยู่ที่หัวใจ ชื่อ Dolores หรือ Delores ที่ชื่อที่นิยมกันมาในประเทศสเปน การฉลองชื่อ Lola หรือ Lolita ของคนฝรั่งเศสจะเป็นวันเดียวกันกับที่มีการเฉลิมฉลองวิหาร La Fête de Notre-Dame du Mont Carmel คือเมื่อวานนี้เอง
 
La Virgen María de los Dolores หรอ Virgin Mary of Sorrows
 La Virgen María de los Dolores หรือ Virgin Mary of Sorrows
 
Lucas (เยอรมันนี) = Luke (อังกฤษ) =  Louis, Loïc (ฝรั่งเศส) เป็นชื่อเดียวกับ Loes ในเวอร์ชั่นของเฟลมมิชของคนเบลเยี่ยมที่อยู่ฝั่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับเนเธอร์แลนด์  Louis กับ Loïc ชื่อคือชื่อเดียวกัน เพียงแต่อยู่กันคนละยุค ยกอย่างเช่นพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือ หลุยส์ วิตตอง ที่คนไทยเรารู้จักกันดี เมื่อ 60 ปีกว่าที่แล้วคนฝรั่งเศสนิยมใช้ชื่อนี้กันเยอะ แต่เวอร์ชั่นที่กำลังนิยมก็คือ Loïc อายุโดยเฉลี่ยของคนชื่อนี้คือประมาณ 20 ปีต้นๆ 
 
Stephanie เป็นชื่อในเวอร์ชั่นหญิงของ Stephen เป็นชื่อที่มาจากภาษากรีก มีชื่อเล่นโดยอัตโนมัติว่า Stef 
Stefan (สวีเดน)  
Stefanie (เยอรมันนี) 
Stefania ในโปแลนด์ รัสเซีย สาธารณรัฐเช็ก
Estefanía ในสเปน 
Estefânia ในโปรตุเกส 
นอกจากนี้แล้ว Stephania, Etienette, Stefa, Stefania, Stefanie, Stefanina, Steffie, Stepania, Stepanie, Stephana, Stevena, Teena, Stephenie และ Stefni คือชื่อเดียวกันมาจากชื่อ Saint-Étienne ซึ่งตรงกับวันที่ 26 ธันวาคม
 
ชื่อเล่นของฝรั่ง
 
ฝรั่งไม่ได้มีชื่อเล่นเป็น ผัก ผลไม้ หรือหมู แมว กา ไก่แบบบ้านเรา แต่ฝรั่งบางคนเกิดมาก็มีชื่อเล่นเลย เป็นที่รู้กันว่าเป็นชื่อสั้นๆ ที่ย่อมาจากชื่อจริง เช่น 
Christopher - Christ 
Charles - Charlie
Robert - Bob
Catherine - Katie
Natalie – Nat
Nathan - Nate
Nicholas – Nick
Daniel – Dan
Matthew – Matt
William – Will หรือ Bill เช่น Bill Gates ที่มีชื่อเต็มๆว่า William Henry Gates III
Steven – Steve เช่น Steve Jobs ที่มีชื่อเต็มๆว่า Steven Paul Jobs และชื่อที่สองคือ Paul นั้นมาจากชื่อพ่อ
Rebecca – Becca บางทีก็เรียกว่า Beckie
 
การเรียกชื่อฝรั่ง 
 
เวลาเรียกจะมีคำขึ้นต้น เช่น Mr. Mrs. Miss และ Ms สำหรับคนทีเราไม่รู้ว่าเขาแต่งงานหรือยัง คำนี้ออกเสียงว่า Mizz
Professor สำหรับอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย และไม่ควรเรียกคุณครูว่า teacher นะคะเพราะแสดงว่าคุณไม่รู้จักชื่อครูตัวเอง แล้วคุณคงไม่อยากให้คุณครู เรียกคุณว่า student แทนชื่อจริงด้วยใช่มั๊ย มันดูห่างเหินมากเลยนะ
 Doctor สำหรับคนที่เป็นคุณหมอ ไม่เหมือนบ้านเราเรียกคนที่เรียนจบปริญญาเอกว่าด็อกเตอร์ แอดมินเคยปล่อยไก่มาแล้วสมัยยังอ่อนภาษาอังกฤษคุยกับฝรั่งแล้วเอ่ยถึงคุณเจ้านายว่าด็อกเตอร์ ฝรั่งถามกลับว่าเจ้านายคุณเขาเป็นคุณหมอด้านไหนเลยจำขึ้นใจเลย
 
หลักการณ์ เจอกันครั้งแรกหรือเจอกันแบบเป็นทางการควรเรียกชื่อสกุล หรือว่า last name นะคะ เช่น  Mr. Pattinson ส่วนผู้หญิงก็ใช้ Mrs หรือ Miss ถ้าไม่แน่ใจใช้ Ms ก่อนโลด แอดมินทำบ่อย เวลาจะเรียกอาจารย์ก็เรียกชื่อสกุลเช่นกัน ส่วนเพื่อนในห้องเรียนรุ่นๆ เดียวก็เรียกชื่อเฉยๆ แต่เวลาเราย้ายไปใหม่ๆ เพื่อนในห้องเรียนบางคนจะอาวุโสกว่าเรา เราควรให้เกียรติด้วยการเรียก last name ไว้ก่อน หลังจากที่เขาเบื่อที่เราเรียกเขาเต็มยศแบบนั้นเค๊าจะบอกให้เรียกชื่อ แล้วเราค่อยเรียก first name ของเขา สำหรับคนที่ไม่แน่ใจ บางทีมันก็รูึกแปลกๆ ไม่ค่อยสะดวกใจเหมือนกันนะที่ต้องคอยถามว่า What should I call you? แนะนำว่าให้เรียกนามสกุลไปก่อนเลย เดี๋ยวเขาก็บอกเราเองแหละว่าอยากให้เราเรียกเขาว่ายังไง เพราะเขาเองก็คงไม่อยากให้เราเรียกเขาแบบเต็มยศตลอดเวลา 
 
น่าสนใจนะคะ สำหรับการตั้งชื่อฝรั่ง แบบว่าโยงกันไปมา ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะภาษาของคนทางยุโรปจะคล้ายๆ กัน บ้างก็มาจากภาษาละติน กรีก โรมัน แล้วฝรั่งส่วนมากก็นับถือศาสนาคริสต์ เลยทำให้มีชื่อซ้ำหรือคล้ายกันเยอะมาก ดังนั้นการมีชื่่อที่สองมากจากชื่อพ่อ ชื่อที่สามมาจากชื่อปู่ย่าตายายจึงช่วยในการเจาะจงตัวบุคคลได้ง่ายขึ้น ในอนาคตก็จะมีฝรั่งชื่อเท่ห์ๆ เติบโตขึ้นมาอย่าง Zoé (โชเอ่) Margot (มาร์โก้) Clément (เคล่ม็องต์) ตอนนี้พวกเขายังเด็กอยู่ มีอีกอย่างหนึ่งที่น่าคิดก็คือ ชื่อผู้หญิงที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกคือ "Marie" ซึ่งแน่นอนว่าเป็นชื่อของฝรั่ง ส่วนชื่อผู้ชายคือ "Mohammed" หรือโมฮัมเหม็ด ที่ส่วนมากอยู่ในตะวันออกกลาง ส่วนนามสกุลที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกคือ "Chang" ซึ่งก็คือแซ่ "ฉาง" ของคนจีนนั่นเองค่ะ