ฮอยอน เมองมรดกโลก ในเวยดนาม 1
 
ฮอยอัน เมืองมรดกโลก ที่เก่าแก่ในเวียดนาม
 
ฮอยอัน เป็นเมืองโบราณที่มีคนอาศัยอยู่ต่อเนื่องกันมาหลายรุ่น ปัจจุบันยังคงอนุรักษณ์ให้เป็นเมืองเก่าที่คงสภาพเดิมไว้เป็นอย่างดี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 2542 และมีการขยายพื้นที่มรดกโลกไปจนถึงเกาะจาม ซึ่งเคยเป็นที่พักเรือของเรือสินค้าขนาดใหญ่ ในอนาคตเวียดนามวางแผนที่จะมีการก่อตั้งสถานโบราณคดีใต้น้ำไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา โดยนับตั้งแต่ ค.ศ.17-19 ฮอยอันกลายเป็นเมืองท่าสำคัญของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมสมัย กับมะละกาและมาเก๊า พ่อค้านานาชาติ ดัชต์ โปรตุเกส จีน และญี่ปุ่น มักจะมาจอดเรือพักที่นี่พัก ก่อนไปเดินทางไปสยาม และหมู่เกาะชวา เครื่องเซรามิกที่นี่ มีอายุเก่าแก่พอๆกับ ชามสรรคโลกของไทยเรา ด้วยเหตุนี้เอง ฮอยอันจึงเต็มไปด้วยร่องรอยทางการค้า มากกว่าเมืองอื่นๆในเวียดนาม 
 
หลังจากที่ทำรีวิวการท่องเที่ยว ปราสาทหมี่เซิน และ โรงแรม รีวิวโรงแรม East West Villa ไปแล้ว วันนี้ maanow.com จะพาไปเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลก ในประเทศเวียดนาม สถานที่น่าสนใจมีที่ไหนบ้าง ตามมาเลยค่ะ
 
สะพานญี่ปุ่น (Japanese Bridge)
 
ภาพข้างบนสุดเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองฮอยอัน ซึ่งนั่นก็คือ สะพานญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า เกาไลเวียน หรือ Lai Viễn Kiều ในภาษาเวียดนามแปลว่า "สะพานแห่งมิตรไมตรี" ที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์กับพ่อค้าชาวจีนในฮอยอัน สะพานเก่าแก่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1593 เมื่อเดินเข้าไปในสะพานจะเห็นว่ามีรูปปั้นลิงถือลูกท้อ ที่ชาวจีนนั้นถือว่าลิง เป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาด ส่วนปลายสะพานอีกด้านจะมีรูปปั้นสุนัข โดยชาวญี่ปุ่นถือว่าสุนัขนั้นมีความซื่อสัตย์ ซึงรวมแล้วก็หมายความว่า ในการทำการค้านั้น ต้องมีทั้งความเฉลียวฉลาดและความซื่อสัตย์
 
40 ปีหลังจากที่สร้างสะพานเสร็จ คนญี่ปุ่นก็โดนเรียกกลับประเทศ สะพานนี้มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบจีน แล้วก็ฝรั่งเศสตามลำดับ จนในปีค.ศ.1986 ทางฮอยอันก็เปลี่ยนรูปแบบสะพาน ให้กลับไปเป็นแบบดั้งเดิม การเข้าชมข้างในสะพานญี่ปุ่นต้องเสียค่าเข้าเล็กน้อยนะคะ
 
 
ถึงแม้สะพานแห่งนี้จะสร้างมานานแล้ว แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดี จนกระทั้ง 423 ปีผ่านไป คนจีนหรือคนญี่ปุ่นก็กลายเป็นเวียดนามไปแล้ว ถึงอย่างไรก็ดี ก็ยังคงทิ้งร่องรอยต่างๆไว้ให้เห็น อย่างเช่นที่สุสานจารึกหลุมศพของ ทามิยาบิ โทเบะ พ่อค้าชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาค้าขายที่ฮอยอัน ที่แม้ว่าเขาเดินทางกลับไปญี่ปุ่นแล้ว แต่ก็ได้เดินทางกลับมาตามหาคนรักที่ฮอยอันอีก และเสียชีวิตลงที่นี่ สุสานของเขาสร้างขึ้นในปี 1647 และถูกสร้างให้หันหน้ากลับไปทางประเทศญี่ปุ่น
 
ฮอยอน เมองมรดกโลก ในเวยดนาม 2
 
บ้านเลขที่ 101 Tan Ky (The Old House Tan Ky)
 
บ้านไม้เก่าซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 101 ใกล้ๆ กับสะพานญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆ นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาด บ้านตันกี เป็นบ้านไม้สองชั้นที่สวยงามและเก่าแก่ที่สุดในฮอยอัน เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวถึง 3 ชาติคือ จีน ญี่ปุ่นและเวียดนาม บ้านโบราณหลังนี้ มีอายุราวๆ 270 ปี มีคนอาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งก็หมายถึงเกิดและตายที่นี่ถึง 7 ชั่วอายุคนเลยทีเดียว เจ้าของบ้านเป็นเศรษฐีเก่าของเวียดนาม
 
ภายในบ้านจะห้องต่างๆ ที่แบ่งตามการใช้งานถึง 4 ห้อง คือห้องสำหรับต้อนรับพ่อค้าคนจีน ห้องนั่งเล่น ลานกว้างและห้องนอน โดยในส่วนของห้องนอนนั้นไม่ได้เปิดให้เข้าชม  บ้านหลังนี้เคยโดนน้ำท่วมมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง โดยภายในบ้านจะทำการวัดและบันทึกระดับน้ำไว้ ว่าเมื่อไหร่ ระดับน้ำสูงถึงไหน เคยโดนน้ำท่วมหนักๆ อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม ปีค.ศ 1964 ที่น้ำท่วมเกือบถึงชั้นสองของบ้าน ลูกหลานของบ้าน Tan Ky จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาชมบ้านด้วยน้ำชาตามธรรมเนียมของชาวจีน นอกจากนี้แล้วยังมีบ้านเก่าที่ประวัติความเป็นมาน่าสนใจอีกหลายหลัง เช่น 
 
The Diep Dong Nguyen house 
 
เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวแห่งแรกในเวียดนามตอนกลาง อยู่ที่บ้านเลขที่ 80 บนถนน Nguyen Thai Hoc อายุราวๆ 100 กว่าปี เป็นบ้านของ Diep Dong Xuan พ่อค้าชาวจีน ที่สมัยก่อนสร้างมาให้เป็นร้านขายยาพวกยาสมุนไพรจีน และต่อมาก็มีการขยายกิจการไปเป็น จิวเวลรี่ เซรามิค และหนังสือ ชั้นล่างของบ้านมีจากจัดแสดงสมุนไพรจีน เซรามิกพอร์ซเลน และที่นี่เปรียบเสมือนแกลลอรี่รูปภาพของเมืองฮอยอัน ตั้งแต่ปี 1920 – 1960 ที่เจ้าของบ้านเก็บสะสมไว้ เมื่อ ขึ้นไปชั้นสองจะเห็นเก้าอี้ที่ประวัติอันเก่าแก่ที่ 1 ในสองของเก้าอี้นั้นเคยถูกยืมโดยครอบครัวของสมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย (Emperor Bao Dai) บ้านหลังนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีด้วยความยินดี เพียงแค่เดินเข้ามาชม และสามารถจับต้องสิ่งของต่างที่อยู่ในบ้านได้ตามสบาย นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างพากันลงความเห็นว่า บ้านหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม
 
Quan Thang old house
 
บ้านเลขที่ 77 ตั้งอยู่บนถนนตรันฝู (Tran Phu) เป็นบ้านมีอายุมากกว่า 150 ปี และปัจจุบันเจ้าของบ้านก็ยังอาศัยอยู่และมีการใช้ชีวิตตามปรกติ เวลานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม คนที่อยู่ในบ้านก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ไหนๆก็อยู่บนถนนตรันฝูแล้วก็อย่าลืมแวะไปชม พิพิธภัณฑ์เซรามิก ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก
 
พิพิธภัณฑ์เซรามิก (The Museu of Trading Ceramics)
 
ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 80 บนถนนตรันฝู เจ้าของบ้านป็นพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยน ที่เดินทางเข้ามาค้าขายสมุนไพรจีน เป็นบ้านที่สร้างจากไม้เนื้อแข็ง  2 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงถึง ประวัติและรูปถ่ายที่สะท้อนให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาของเมืองฮอยอัน นอกจากนี้แล้วยังมีการจัดแสดงให้เห็นถึง การวางกระเบื้องของหลังคาบ้านที่อยู่ในเมืองเก่าของฮอยอันด้วย ส่วนชั้นบน จะเป็นการจัดแสดงโบราณวัตถุ ที่ทำมาจากกระเบื้องเซรามิก ยกตัวอย่างเช่น ของใช้โบราณ ถ้วยชามเก่าๆ รวมถึงชามสังคโลกของไทยเราด้วย ซึ่งบ้านหลังนี้ยังมี จากมุมสูงของระเบียงบ้านเราจะเห็นถนนของเมืองฮอยอัน ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่แวะมาชมเมืองมรดกโลกแห่งนี้
 
ศาลาประชาคมฮกเกี้ยน (The Phuc Kien Assembly Hall)
 
ศาลาประชาคมฮกเกี้ยน เป็นสมาคมชาวจีนที่เก่าแก่ที่สุดในฮอยอัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1792 ตั้งอยู่เลขที่ 46 บนถนนตรันฝู ในอดีตถือเป็นจุดศูนย์รวมของพ่อค้าชาวจีนที่อพยพเข้ามาค้าขายในเมืองนี้ ตอนหลังมีการสร้างวัดที่ข้างในและอันเชิญเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ไว้ให้นักเดินทางมาทำความเคารพสักการะก่อนออกเดินทางไปค้าขาย นอกจากนั้นก็ยังมีเทพตาทิพย์ที่คอยมองไปในทะเลว่ามีลมมรสุมหรือไม่ และเทพหูทิพย์ที่คอยฟังเสียงคนที่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่กลางทะเล โดยเทพทั้งสองจะคอยตรวจตรา แล้วมารายงานกับเจ้าแม่ทับทิมให้คอยช่วยเหลือคนที่กำลังเดินเรือได้ทัน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ผู้คนก็ยังให้ความเคารพนับถือเจ้าแม่ทับทิมอย่างไม่เสื่อมคลาย
 
แม่น้ำทูโบน (Thu Bon River)
 
เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญต่อเมืองท่าฮอยอันมาตั้งแต่สมัยโบราณ พ่อค้าต่างชาติจะล่องเรือมาค้าขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับชาวเมือง แม้ปัจจุบันแม่น้ำทูโบนจะเริ่มตื้นเขินจนเมืองท่าได้ย้ายไปอยู่ที่ดานัง แต่แม่น้ำทูโบนก็ยังทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชิวิตชาวชาวฮอยอัน จะเห็นได้จากการประมง หรือการเดินทางสัญจรไปตามหมู่บ้านต่างๆ ผู้คนก็ยังคงนิยมใช้เรือในการเดินทางหรือขนส่งสินค้ากันอยู่ แม่น้ำทูโบนจึงถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของฮอยอัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวปราสาทหมี่เซินขากลับยังมีทริปล่องเรือทานอาหารพร้อมกับชมวิวสองฟากฝั่งแม่น้ำทูโบนอีกด้วย หรือถ้าใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบชาวเวียดนามก็ลองใช้บริการเรือโดยสารเดินทางไปเที่ยวตามหมู่บ้านต่างๆได้ในราคาย่อมเยาว์
 
ฮอยอน เมองมรดกโลก ในเวยดนาม 3
 
ในส่วนของเมืองโบราณฮอยอัน จะไม่อนุญาตให้นำรถเข้ามา การเที่ยวเดินชมเมืองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด  โคมไฟหลากสีก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเมืองฮอยอัน ที่กลางคืนก็สวยงามและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ด้านขวามือของรูปภาพ คือ บ้าน Phun Hung ซึ่งเป็นบ้านเก่าอีกหลังหนึ่งที่มีอายุ 236 ปี ตัวบ้านตั้งอยู่บนเสา 80 ต้น ชั้นล่างเป็นสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น ส่วนชั้นบนหลังคาจะคล้ายๆกับกระดองเต่าตามแบบจีน บ้านนี้มีคนอาศัยมาแล้วถึง 7 ชั่วคน ปัจจุบันบ้านนี้เป็นคนรุ่นหลังได้จัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงงานหัตถกรรม ภาพข้างล่างเป็นเมืองฮอยอัน ตอนกลางคืน ที่มีการประดับโคมไฟอย่างสวยงาม และที่นี่ยังรับเอาประเพณีการลอยกระทงของไทยไปด้วย แต่กระทงที่เขาลอยกันทุกคืนค่ะ
 
ฮอยอน เมองมรดกโลก ในเวยดนาม 4
 
หาดเกาได๋ (Cua Dai Beach)
 
ชายหาด เกาได๋ เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องมาจากดานัง อยู่ห่างฮอยอันออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร ถ้าปั่นจักรยานไปก็ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ถือโอกาสชมวิวทุ่งนา แม่น้ำ และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายสโลว์ไลฟ์ของคนเวียดนามไปด้วย แนะนำว่าให้ไปตอนเย็นๆใกล้พระอาทิตย์ตกดินจะสวยมาก เป็นชายหาดที่เงียบสงบ มีเก้าอี้ให้เช่านั่งที่ชายหาด หรือจะไปถ่ายรูปกับเรือเกวี่ยนถุง เรือหาปลาของชาวประมงที่รูปร่างกลมๆคล้ายกระด้งที่สานขึ้นมาจากไม้ไผ่ แล้วยาด้วยยางมะตอยผสมกับชันไม้ ที่มาของเรือกระด้งเกิดขึ้นในสมัยที่เวียดนามเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส แล้วตอนนั้นก็มีการเรียกเก็บภาษีเรือ ชาวบ้านเลยทำเรือเกวี่ยนถุงขึ้นมา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียภาษีเรือ อาหารทะเลที่นี่ก็สด อร่อย ราคาไม่แพง ส่วนคนที่ชอบดำน้ำ อาจไปดำน้ำดูปะกรังที่เกาะจามซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 15 กโลเมตร
 
สำหรับคนที่ปั่นจักรยานมา จะเห็นร้านฝากรถมาโบกอย่างโหดให้เราไปฝากรถที่ร้านเขา ถึงแม้ว่าชายหาดที่นี่จะห้ามปั่นจักรยานเข้าไป แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าฝากรถ เพราะเราสามารถเอารถไปจอดในร้านอาหารที่เราไปดื่มหรือทานทานอาหารได้ ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามชายหาดจะเห็นว่ามีโรงแรมสวยๆเยอะแยะเลย แต่โดยความเห็นส่วนตัวพักที่ในเมืองสะดวกกว่าเพราะมีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะ สำหรับคนที่ต้องการหามุมสงบพักโรงแรมแถวชายหาดก็ดี แต่ดูแล้วเข้าเมืองค่อนข้างลำบากเหมือนกัน
 
เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มที่จะหลงรัก ฮอยอัน เมืองมรดกโลก ขึ้นมาบ้างหรือยัง อย่าลืมติดตาม การรีวิวฮานอย อ่าวฮาลอง และทามก็อก กับ maanow.com เร็วๆนี้นะคะ ขอจบการรีวิวด้วยภาพสไลด์สวยๆ จากคลิปวีดีโอ
 
ฮอยอน เมองมรดกโลก ในเวยดนาม 5